
ไกด์
ศาลเจ้าโยโดฮิเมะ (Yodohime Shrine) ตั้งอยู่ในเมืองซากะ จังหวัดซากะ เป็นศาลเจ้าที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนานและได้รับการเคารพในฐานะ "ศาลเจ้าหลักแห่งแคว่นฮิเซ็น" (Hizen Koku Ichinomiya) ซึ่งถือเป็นสถานที่ที่มีลำดับชั้นทางจิตวิญญาณสูงมากในศาสนาชินโต บางครั้งเรียกกันว่า "ศาลเจ้าโยโดฮิเมะ" หรือ "ศาลเจ้าคาวาคามิ" และผู้คนในท้องถิ่นต่างให้ความเคารพรักในนาม "โยโดฮิเมะซัง" ศาลเจ้าแห่งนี้มีความเกี่ยวข้องกับความเชื่อเรื่องเทพแห่งน้ำ ท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ ภายในบริเวณศาลเจ้ามีสิ่งก่อสร้างที่น่าสนใจ เช่น ประตูทิศตะวันตกซึ่งเป็นสมบัติทางวัฒนธรรมที่ได้รับการขึ้นทะเบียนโดยจังหวัดซากะ ช่วยให้ผู้มาเยือนได้สัมผัสถึงสุนทรียศาสตร์แบบดั้งเดิมของญี่ปุ่นและความยิ่งใหญ่ของประวัติศาสตร์
ประวัติของศาลเจ้านี้เก่าแก่มาก โดยมีต้นกำเนิดย้อนไปถึงบันทึก 'Hizen no Kuni Fudoki' มีตำนานเล่าว่าเทพเจ้าโยโดฮิเมะได้มาสถิต ณ ที่แห่งนี้ในช่วงรัชสมัยของจักรพรรดิคินเม (ประมาณปี ค.ศ. 564) และได้กลายเป็นศูนย์กลางความเชื่อเรื่องเทพแห่งน้ำมาตั้งแต่อดีต ในสมัยเฮอัน ศาลเจ้าแห่งนี้มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในแคว่นฮิเซ็น ต่อมาในยุคกลางได้กลายเป็นศูนย์กลางทางศาสนาและการเมืองที่สำคัญ และในสมัยเอโดะ แม้ว่าอาคารหลักจะเคยถูกไฟไหม้ แต่ก็ได้มีการบูรณะขึ้นใหม่โดยตระกูลนาเบชิมะ นอกจากนี้ยังมีเอกสารทางประวัติศาสตร์ (เอกสารศาลเจ้าคาวาคามิ) ที่ยังคงหลงเหลืออยู่ ซึ่งเป็นหลักฐานสำคัญในการศึกษาประวัติศาสตร์ของภูมิภาคคิวชู

ศาลเจ้าแห่งนี้มีสมบัติทางวัฒนธรรมมากมายที่ดึงดูดใจผู้มาเยือน ประการแรกคือ "ประตูทิศตะวันตก" (Nishimon) ซึ่งเป็นสมบัติทางวัฒนธรรมที่สำคัญของจังหวัด แสดงถึงความโอ่อ่าและฐานะอันสูงส่งของศาลเจ้า นอกจากนี้ยังมี "โทริอิที่สาม" (Hizen Torii) ซึ่งเป็นเสาโทริอิหินที่มีรูปแบบเฉพาะตัวและหาดูได้ยากในแถบจังหวัดซากะ อีกหนึ่งจุดที่น่าทึ่งคือ ต้นการอบิโกะ (Kusunoki) ขนาดมหึมาที่มีอายุกว่า 1,500 ปี ซึ่งแสดงถึงพลังแห่งชีวิตที่ยิ่งใหญ่ ภายในอาคารศาลเจ้ายังมีภาพเขียนบนเพดานที่สวยงามและแผ่นป้ายอธิษฐาน (Ema) ที่มีคุณค่าทางศิลปะสูง นอกจากนี้ยังมีศาลเจ้าโยโดฮิเมะ เท็นมังกู ซึ่งเป็นที่สถิตของเทพเจ้าแห่งการเรียนรู้ (Sugawara no Michizane) อีกด้วย
ศาลเจ้าโยโดฮิเมะมีความงดงามที่แตกต่างกันไปในแต่ละฤดู โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลสำคัญ เช่น เทศกาลฤดูใบไม้ผลิ (18 เมษายน) และเทศกาลฤดูใบไม้ร่วง (10 ตุลาคม) ซึ่งเป็นโอกาสดีที่จะได้สัมผัสความคึกคักของวัฒนธรรมท้องถัลร่วมกับพิธีกรรมอันศักดิ์สิทธิ์ หากมาในช่วงกลางวัน แสงแดดจะช่วยให้มองเห็นรายละเอียดของต้นการอบิโกะและสถาปัตยกรรมได้อย่างชัดเจน แต่หากมาในช่วงเย็น บรรยากาศจะยิ่งเงียบสงบและดูขลังยิ่งขึ้น เหมาะสำหรับการมาพักผ่อนหย่อนใจท่ามกลางธรรมชาติ

การมาเยือนศาลเจ้าแห่งนี้ไม่ใช่เพียงการท่องเที่ยวทั่วไป แต่เป็นการมาเพื่อ "สักการะ" เพื่อสัมผัสจิตวิญญาณและประวัติศาสตร์ของญี่ปุ่น การเดินเล่นอย่างช้าๆ ในบริเวณศาลเจ้าจะช่วยให้คุณหลีกหนีจากความวุ่นวายในชีวิตประจำวัน นอกจากนี้ คุณยังสามารถลิ้มลองขนมท้องถิ่นอย่าง "ชิราทามะมันจู" (Shiratama Manju) ที่มีตำนานเชื่อมโยงกับศาลเจ้าแห่งนี้ได้อีกด้วย
บริเวณรอบๆ ศาลเจ้ายังมีร่องรอยทางประวัติศาสตร์อื่นๆ เช่น ซากที่ตั้งสำนักงานเขตแคว่นฮิเซ็น และสุสานโบราณฟุนาสึกะ (Funazuka Kofun) ซึ่งเป็นหนึ่งในสุสานขนาดใหญ่ที่สุดในจังหวัดซากะ เหมาะสำหรับผู้ที่สนใจด้านประวัติศาสตร์ นอกจากนี้ยังอยู่ใกล้กับแม่น้ำคาเซะ ทำให้สามารถเดินเล่นชมธรรมชาติไปพร้อมกับการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ของซากะได้

ในการเข้าเยี่ยมชม โปรดปฏิบัติดังนี้: