
ไกด์
เทศกาลยาสุไร (Yasurai Matsuri) เป็นพิธีกรรมดั้งเดิมที่จัดขึ้น ณ ศาลเจ้าอิมิยา (Imamiya Jinja) ในเขตคิตะ เมืองเกียวโต โดยจะจัดขึ้นเป็นประจำทุกปีในวันอาทิตย์ที่สองของเดือนเมษายน เพื่อสืบทอดพิธีกรรมในการปัดเป่าโรคระบาดและสิ่งชั่วร้าย ไฮไลท์สำคัญคือการร่ายรำของกลุ่ม 'เนริชู' (Nerishu) ที่แต่งกายเป็นปีศาจผมแดงและผมดำ พวกเขาจะร่ายรำอย่างทรงพลังพร้อมกับเสียงขลุ่ยและกลอง ท่ามกลางเสียงตะโกนว่า 'ยาสุไร ฮานะยะ' (Yasurai Hana ya) ซึ่งเป็นภาพที่ดูแปลกตาและเปี่ยมด้วยพลัง เพื่อเป็นการขอพรให้ผู้คนมีสุขภาพแข็งแรงและปราศจากโรคภัย
เบื้องหลังของเทศกาลนี้คือความเชื่อเรื่องการปัดเป่าภัยพิบัติและโรคระบาด ในอดีตเมื่อเกิดโรคระบาดในเกียวโต ผู้คนเชื่อว่าเกิดจากพลังงานด้านลบหรือวิญญาณร้าย จึงมีการจัดพิธีกรรมเพื่อสยบสิ่งเหล่านั้น ศาลเจ้าอิมิยามีประวัติศาสตร์ยาวนานในการเป็นศูนย์กลางของการสวดอ้อนวอนเพื่อปัดเป่าโรคภัย มีบันทึกถึงเทศกาลนี้มาตั้งแต่สมัยเฮอันตอนปลาย รวมถึงในยุคอาซุจิ-โมโมยามะ แสดงให้เห็นว่าประเพณีนี้หยั่งรากลึกในท้องถิ่นมาอย่างยาวนาน ปัจจุบันมีกลุ่มอนุรักษ์จากศาลเจ้าอิมิยา, ศาลเจ้าเก็นบุ, ศาลเจ้าคาวาคามิ และศาลเจ้าคามิโมะ ร่วมกันสืบทอดมรดกนี้ไว้
ไฮไลท์ที่สำคัญที่สุดคือขบวนแห่ของกลุ่ม 'เนริชู' ที่นำโดย 'ฮานากาสะ' (ร่มดอกไม้) โดยมีนักร่ายรำประมาณ 20 คนถือธงและเครื่องดนตรีเดินไปตามท้องถนน มีทั้ง 'โกะโอนิ' (ปีศาจเด็ก) ซึ่งเป็นเด็กๆ และ 'โอโอนิ' (ปีศาจใหญ่) ซึ่งเป็นวัยรุ่นหรือผู้ใหญ่ เป็นการสืบทอดวัฒนธรรมจากรุ่นสู่รุ่น การร่ายรำที่ทั้งดุดันและอ่อนช้อยตามจังหวะกลองและขลุ่ยจะสร้างความประทับใจแก่ผู้พบเห็น นอกจากนี้ การชมการร่ายรำถวาย ณ บริเวณลานศาลเจ้าก็เป็นอีกหนึ่งช่วงเวลาที่สำคัญของเทศกาล
เทศกาลนี้จัดขึ้นในวันอาทิตย์ที่สองของเดือนเมษายนของทุกปี เป็นช่วงเวลาที่บรรยากาศแห่งฤดูใบไม้ผลิกำลังเบ่งบานพร้อมกับความคึกคักของการปัดเป่าโรคภัย ขบวนแห่จะดำเนินไปตั้งแต่เช้าจนถึงเย็น โดยช่วงที่สนุกสนานที่สุดคือตอนที่ขบวนแห่มาหยุดแสดงตามหน้าบ้านเรือนต่างๆ และช่วงไคลแมกซ์คือการร่ายรำถวายภายในบริเวณศาลเจ้า ซึ่งมักจะตรงกับช่วงที่ดอกซากุระกำลังสวยงามพอดี
เอกลักษณ์ที่โดดเด่นคือการได้เข้าไปอยู่ภายใต้ 'ฮานากาสะ' (ร่มดอกไม้) ของขบวนแห่ เชื่อกันว่าหากได้เข้าไปอยู่ใต้ร่มนี้จะได้รับพรให้สุขภาพแข็งแรงและปราศจากโรคภัย การได้เห็นนักร่ายรำกระโดดโลดเต้นอย่างสนุกสนานพร้อมเสียงตะโกนเรียกขวัญ จะทำให้คุณสัมผัสได้ถึงพลังแห่งความสามัคคีของชุมชนท้องถิ่นอย่างใกล้ชิด
รอบๆ ศาลเจ้าอิมิยามีสถานที่ทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมอาหารที่น่าสนใจ หลังจากไหว้พระขอพรแล้ว แนะนำให้ลองทาน 'อาบุริโมจิ' (Aburi Mochi) ขนมโมจิย่างถ่านจากร้านเก่าแก่หน้าประตูทิศตะวันออกของศาลเจ้า ซึ่งเป็นรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ของย่านนี้ นอกจากนี้ยังมีวัดดังอย่างวัดไดโทคุจิ (Daitoku-ji) และวัดทองคินคาคุจิ (Kinkaku-ji) อยู่ไม่ไกล ทำให้สามารถวางแผนเที่ยวชมประวัติศาสตร์ทางตอนเหนือของเกียวโตได้ในคราวเดียว
เนื่องจากเป็นการชมขบวนแห่กลางแจ้งเป็นเวลานาน ควรเตรียมเครื่องแต่งกายให้เหมาะสมกับสภาพอากาศในเดือนเมษเรียน และควรเตรียมตัวสำหรับการเดินหรือยืนในพื้นที่ที่มีคนพลุกพล่าน การแต่งกายที่คล่องตัวจะช่วยให้คุณสนุกกับเทศกาลได้เต็มที่