
ไกด์
"Yamataka Jindai Sakura" ตั้งอยู่ที่วัด Jissoji ในเมือง Hokuto จังหวัด Yamanashi เป็นต้นไม้โบราณสายพันธุ์ Edohigan ที่มีอายุราว 2,000 ปี ได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในสามสุดยอดต้นซากุระของญี่ปุ่น และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสมบัติชาติทางธรรมชาติ ซากุระต้นนี้เป็นมากกว่าแค่พืชพันธุ์ แต่เป็นสัญลักษณ์แห่งความศรัทธาที่ส่งต่อพลังแห่งชีวิตมาอย่างยาวนาน นอกจากนี้ยังมีต้นซากุระพันธุ์ Somei Yoshino อีกประมาณ 30 ต้นปลูกอยู่รอบๆ ทำให้ในช่วงฤดูใบไม้ผลิ พื้นที่แห่งนี้จะถูกปกคลุมด้วยสีชมพูอันงดงาม
ตำนานเล่าว่าต้นซากุระนี้ถูกปลูกโดย Yamato Takeru no Mikoto เมื่อครั้งเดินทางมายังภูมิภาคตะวันออก นอกจากนี้ในสมัยคามาคุระ ยังมีบันทึกว่าท่าน Nichiren ได้มาเยือนสถานที่แห่งนี้และสวดภาวนาเพื่อฟื้นฟูพลังของต้นซากุระ จึงมีอีกชื่อหนึ่งว่า "Myoho Sakura" ด้วยเหตุนี้จึงถือเป็นต้นไม้ที่มีความสำคัญทางจิตวิญชน แม้จะผ่านภัยธรรมชาติมาหลายต่อหลายครั้ง แต่ต้นซากุระยังคงแผ่กิ่งก้านอย่างแข็งแกร่งมาจนถึงปัจจุบัน

จุดเด่นที่สุดคือขนาดอันมหึมาของต้นซากุระที่มีอายุกว่า 2,000 ปี โดยมีลำต้นกว้างประมาณ 12 เมตร และสูงประมาณ 10 เมตร ซึ่งเป็นเครื่องยืนยันถึงความยิ่งใหญ่ของกาลเวลา อีกหนึ่งสิ่งที่น่าสนใจคือ "ซากุระอวกาศ" (Uchu Sakura) ซึ่งเป็นเมล็ดพันธุ์ที่เคยเดินทางไปกับกระสวยอวกาศในปี ค.ศ. 2008 และกลับมาปลูกที่นี่ เป็นการผสมผสานระหว่างวิทยาศาสตร์และธรรมชาติที่หาชมได้ยากยิ่ง
ช่วงเวลาที่ซากุระบานสะพรั่งที่สุดคือประมาณวันที่ 7 เมษายนของทุกปี โดยจะคงความสวยงามประมาณ 1 สัปดับ ทัศนียภาพจะงดงามที่สุดเมื่อเห็นดอกซากุระสีชมพูตัดกับฉากหลังที่เป็นเทือกเขา Southern Alps ที่มีหิมะปกคลุม แนะนำให้มาในช่วงกลางวันเพื่อถ่ายภาพดอกซากุระที่มีสีสันสดใสชัดเจน

คุณจะได้สัมผัสความสงบเงียบของวัดญี่ปุ่นโบราณ พร้อมกับชื่นชมพลังแห่งชีวิตของธรรมชาติ การได้เห็นซากุระที่เติบโตมาจากเมล็ดพันธุ์ที่เคยเดินทางไปในอวกาศเป็นประสบการณ์ที่พิเศษและหาได้ยาก นอกจากนี้ยังเป็นโอกาสดีที่จะได้สัมผัสวัฒนธรรม "Hanami" หรือการชมดอกไม้ที่เป็นเอกลักษณ์ของญี่ปุ่นในบรรยากาศที่ศักดิ์สิทธิ์
วัด Jissoji ตั้งอยู่ในเมือง Hokuto ท่ามกลางธรรมชาติที่สมบูรณ์ แนะนำให้ตรวจสอบเส้นทางก่อนเดินทางเนื่องจากในช่วงฤดูซากุระ การจราจรอาจหนาแน่น หากใช้ระบบนำทาง GPS แนะนำให้พิมพ์ชื่อ "Jissoji Temple" เพื่อความแม่นยำในการเดินทาง