ข้ามไปยังเนื้อหา
Yamataka Jindai Sakura (Jissoji Temple)

ไกด์

Yamataka Jindai Sakura (Jissoji Temple)

อ่าน 6 นาที

ภาพรวมและเสน่ห์

"Yamataka Jindai Sakura" ตั้งอยู่ที่วัด Jissoji ในเมือง Hokuto จังหวัด Yamanashi เป็นต้นไม้โบราณสายพันธุ์ Edohigan ที่มีอายุราว 2,000 ปี ได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในสามสุดยอดต้นซากุระของญี่ปุ่น และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสมบัติชาติทางธรรมชาติ ซากุระต้นนี้เป็นมากกว่าแค่พืชพันธุ์ แต่เป็นสัญลักษณ์แห่งความศรัทธาที่ส่งต่อพลังแห่งชีวิตมาอย่างยาวนาน นอกจากนี้ยังมีต้นซากุระพันธุ์ Somei Yoshino อีกประมาณ 30 ต้นปลูกอยู่รอบๆ ทำให้ในช่วงฤดูใบไม้ผลิ พื้นที่แห่งนี้จะถูกปกคลุมด้วยสีชมพูอันงดงาม

ประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม

ตำนานเล่าว่าต้นซากุระนี้ถูกปลูกโดย Yamato Takeru no Mikoto เมื่อครั้งเดินทางมายังภูมิภาคตะวันออก นอกจากนี้ในสมัยคามาคุระ ยังมีบันทึกว่าท่าน Nichiren ได้มาเยือนสถานที่แห่งนี้และสวดภาวนาเพื่อฟื้นฟูพลังของต้นซากุระ จึงมีอีกชื่อหนึ่งว่า "Myoho Sakura" ด้วยเหตุนี้จึงถือเป็นต้นไม้ที่มีความสำคัญทางจิตวิญชน แม้จะผ่านภัยธรรมชาติมาหลายต่อหลายครั้ง แต่ต้นซากุระยังคงแผ่กิ่งก้านอย่างแข็งแกร่งมาจนถึงปัจจุบัน

Yamataka Jindai Sakura (Jissoji Temple) 1

ไฮไลท์สำคัญ

จุดเด่นที่สุดคือขนาดอันมหึมาของต้นซากุระที่มีอายุกว่า 2,000 ปี โดยมีลำต้นกว้างประมาณ 12 เมตร และสูงประมาณ 10 เมตร ซึ่งเป็นเครื่องยืนยันถึงความยิ่งใหญ่ของกาลเวลา อีกหนึ่งสิ่งที่น่าสนใจคือ "ซากุระอวกาศ" (Uchu Sakura) ซึ่งเป็นเมล็ดพันธุ์ที่เคยเดินทางไปกับกระสวยอวกาศในปี ค.ศ. 2008 และกลับมาปลูกที่นี่ เป็นการผสมผสานระหว่างวิทยาศาสตร์และธรรมชาติที่หาชมได้ยากยิ่ง

ช่วงเวลาที่แนะนำ

ช่วงเวลาที่ซากุระบานสะพรั่งที่สุดคือประมาณวันที่ 7 เมษายนของทุกปี โดยจะคงความสวยงามประมาณ 1 สัปดับ ทัศนียภาพจะงดงามที่สุดเมื่อเห็นดอกซากุระสีชมพูตัดกับฉากหลังที่เป็นเทือกเขา Southern Alps ที่มีหิมะปกคลุม แนะนำให้มาในช่วงกลางวันเพื่อถ่ายภาพดอกซากุระที่มีสีสันสดใสชัดเจน

Yamataka Jindai Sakura (Jissoji Temple) 2

กิจกรรมและการสัมผัสประสบการณ์

คุณจะได้สัมผัสความสงบเงียบของวัดญี่ปุ่นโบราณ พร้อมกับชื่นชมพลังแห่งชีวิตของธรรมชาติ การได้เห็นซากุระที่เติบโตมาจากเมล็ดพันธุ์ที่เคยเดินทางไปในอวกาศเป็นประสบการณ์ที่พิเศษและหาได้ยาก นอกจากนี้ยังเป็นโอกาสดีที่จะได้สัมผัสวัฒนธรรม "Hanami" หรือการชมดอกไม้ที่เป็นเอกลักษณ์ของญี่ปุ่นในบรรยากาศที่ศักดิ์สิทธิ์

ข้อมูลการเดินทางและข้อควรระวัง

วัด Jissoji ตั้งอยู่ในเมือง Hokuto ท่ามกลางธรรมชาติที่สมบูรณ์ แนะนำให้ตรวจสอบเส้นทางก่อนเดินทางเนื่องจากในช่วงฤดูซากุระ การจราจรอาจหนาแน่น หากใช้ระบบนำทาง GPS แนะนำให้พิมพ์ชื่อ "Jissoji Temple" เพื่อความแม่นยำในการเดินทาง

ข้อแนะนำสำหรับนักท่องเที่ยว

  • *การชำระเงิน:** ค่าเข้าชมวัดต้องชำระด้วย **เงินสดเท่านั้น** ไม่สามารถใช้บัตรเครดิตหรือระบบดิจิทัลได้
  • *ภาษา:** การสื่อสารหลักเป็นภาษาญี่ปุ่น อาจไม่มีเจ้าหน้าที่หรือป้ายบอกทางเป็นภาษาอังกฤษที่ชัดเจน
  • *การจอง:** ไม่จำเป็นต้องจองล่วงหน้า
  • *การแต่งกาย:** แนะนำให้สวมเสื้อผ้าที่ปรับเปลี่ยนได้ง่าย เนื่องจากอากาศภายนอกในช่วงเช้าหรือเย็นอาจจะค่อนข้างเย็น
  • *การถ่ายภาพ:** สามารถถ่ายภาพได้ แต่ขอความกรุณาไม่รบกวนผู้ที่มาสักการะท่านอื่น
  • *ที่จอดรถ:** ในช่วงฤดูซากุระที่จอดรถบริเวณทิศใต้ของวัดจะมีความหนาแน่นสูง อาจมีการจัดเตรียมที่จอดรถชั่วคราวซึ่งอาจมีค่าธรรมเนียม