
ไกด์
สวนโนงาโตะ (Nogayato Garden) ตั้งอยู่ในเมืองโคกุนจิ กรุงโตเกียว เป็นสวนที่ได้รับการประกาศให้เป็นสถานที่สำคัญระดับชาติ (National Scenic Spot) สวนแห่งนี้ถูกออกแบบโดยใช้ประโยชน์จากภูมิประเทศที่เป็นเนินเขาทางทิศใต้ของแนวหน้าผาโคกุนจิ ผสมผสานน้ำพุธรรมชาติและพรรณไม้ที่อุดมสมบูรณ์เข้ากับสวนสไตล์เดินชมวิว (Kaiyu-shiki) ที่สวยงาม ในอดีตสถานที่แห่งนี้เคยเป็นบ้านพักตระกูลอิวาซากิแห่งกลุ่มธุรกิจมิตซูบิชิ จึงมีกลิ่นอายของสถาปัตยกรรมแบบผสมผสานระหว่างญี่ปุ่นและตะวันตก ภายในสวนมี 'สระน้ำจิโรเบเท็น' (Jiro Benten Pond) ซึ่งมีน้ำพุไหลหล่อเลี้ยงอยู่ตลอดเวลา จนได้รับการคัดเลือกให้เป็นหนึ่งใน 57 แหล่งน้ำพุธรรมชาติที่สำคัญของโตเกียว บรรยากาศภายในสวนมีความเงียบสงบและร่มรื่น เหมาะสำหรับการพักผ่อนหย่อนใจอย่างแท้จริง
ประวัติศาสตร์ของสวนแห่งนี้ย้อนไปถึงสมัยไทโช ปี 1913 เมื่อเริ่มสร้างเป็นบ้านพักตากอากาศ ในอดีตพื้นที่แถบนี้เรียกว่า 'โนงาโตะ' (Nogayato) ต่อมาในปี 1929 ตระกูลอิวาซากิแห่งมิตซูบิชิได้เข้ามาครอบครองและพัฒนาให้เป็นสวนที่มีเอกลักษณ์แบบผสมผสานวัฒนธรรมญี่ปุ่นและตะวันตก จนกระทั่งในปี 1974 รัฐบาลโตเกียวได้เข้าซื้อกิจการและเปิดให้เป็นสวนสาธารณะของเมือง นอกจากนี้ พื้นที่โดยรอบยังมีประวัติศาสตร์ยาวนาน โดยมีการค้นพบโบราณวัตถุจากยุคโจมอนและยุคโกะฟุน ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการอยู่ร่วมกับธรรมชาติของที่ราบสูงมูซาชิโน่มาอย่างช้านาน

ภายในสวนมีจุดท่องเที่ยวที่น่าสนใจมากมาย จุดแรกคือ 'สระน้ำจิโรเบเท็น' ที่คุณจะได้เห็นสายน้ำที่ไหลมาจากใต้หน้าผาลงสู่สระน้ำ ให้ความรู้สึกถึงพลังแห่งชีวิตของธรรมชาติ นอกจากนี้ยังมี 'ทางเดินป่าไผ่' ที่หาชมได้ยากในสวนสไตล์นี้ ซึ่งมีต้นไผ่มุ่งโซ (Moso Bamboo) เรียงรายอย่างสวยงาม อีกหนึ่งจุดสำคัญคือ 'โคโยเท' (Koyotei) เรือนน้ำชาแบบซูกิยะ (Sukiya-zukuri) ที่สามารถมองเห็นทัศนียภาพของสวนที่เปลี่ยนไปตามฤดูกาลได้อย่างเต็มตา นอกจากนี้ยังมีเครื่องมือทางวัฒนธรรมอย่าง 'ชิชิโอโดชิ' (เครื่องส่งเสียงน้ำกระทบหิน) ที่ใช้ประโยชน์จากน้ำจากบ่อน้ำ และประตูม้า (Bato Kanmon) ที่สะท้อนถึงประวัติศาสตร์อันยาวนาน
สวนแห่งนี้มีเสน่ห์ที่แตกต่างกันไปในแต่ละฤดูกาล ในช่วงฤดูใบไม้ผลิ คุณจะได้ชมความงามของ 'ซุ้มดอกฟูจิ' (Wisteria) และในช่วงต้นฤดูร้อน สวนจะเต็มไปด้วยสีเขียวขจีที่สดชื่น เมื่อเข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วง สวนแห่งนี้จะกลายเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยม โดยเฉพาะในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายนที่มีงาน 'ชมใบไม้เปลี่ยนสี' ซึ่งต้นเมเปิล (Iroha Momiji) จะเปลี่ยนเป็นสีแดงสดใสสวยงาม นอกจากนี้ยังมี 'อุโมงค์ดอกฮากิ' (Bush Clover) ที่สร้างทางเดินสีม่วงอ่อนๆ อีกด้วย แนะนำให้มาในช่วงกลางวันเพื่อชมแสงสะท้อนของน้ำและเงาไม้ที่สวยงาม หรือช่วงเย็นที่บรรยากาศจะเงียบสงบและร่มรื่นเป็นพิเศษ

เนื่องจากเป็นสวนแบบเดินชมวิว (Kaiyu-shiki) คุณสามารถเดินเล่นรอบสระน้ำเพื่อสัมผัสทัศนียภาพที่เปลี่ยนแปลงไปในทุกย่างก้าว การได้นั่งพักผ่อนในเรือนน้ำชา 'โคโยเท' จะช่วยให้คุณได้สัมผัสถึงสุนทรียศาสตร์แบบดั้งเดิมของญี่ปุ่น นอกจากนี้ ในวันเสาร์ อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤษ most มักจะมีไกด์นำชมสวนฟรี ซึ่งจะช่วยอธิบายโครงสร้างและประวัติศาสตร์ของสวนผ่านมุมมองของผู้เชี่ยวชาห์ ทำให้การเดินชมสวนของคุณมีความหมายและสนุกสนานยิ่งขึ้น
สวนโนงาโตะตั้งอยู่ในทำเลที่เดินทางสะดวกมาก เพียงเดิน 2 นาทีจากสถานี Kokuninji (JR Chuo Line หรือ Seibu Kokubunji Line) พื้นที่รอบสถานีเป็นย่านที่พักอาศัยที่ยังคงรักษาบรรยากาศดั้งเดิมและมีความเงียบสงบ คุณสามารถเดินเล่นชมเมืองที่มีกลิ่นอายธรรมชาติของมูซาชิโน่ และแวะพักที่คาเฟ่หรือร้านอาหารในบริเวณใกล้เคียงหลังจากเที่ยวชมสวนเสร็จสิ้น

เนื่องจากเส้นทางภายในสวนมีทั้งส่วนที่เป็นพื้นดินไม่เรียบ มีทางลาด และขั้นบันได แนะนำให้สวมรองเท้าที่เดินสบายและเหมาะสมกับการเดินป่าเบาๆ เพื่อความปลอดภัย ในการเข้าชม โปรดระมัดระวังไม่เข้าไปในเขตหวงห้ามเพื่อรักษาธรรมชาติและพรรณไม้ การชำระค่าเข้าชมต้องใช้เงินสดเท่านั้น เนื่องจากป้ายบอกทางหรือข้อมูลภาษาอังกฤษอาจมีจำกัด การศึกษาข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับประวัติของสวนก่อนมาจะช่วยให้คุณเพลิดเพลินกับการชมสวนได้ดียิ่งขึ้น