ข้ามไปยังเนื้อหา
ช่องเขาโชจิน (Shoji Pass) - วิวพาโนรามาของภูเขาไฟฟูจิและทะเลสาบโชจิน

ไกด์

ช่องเขาโชจิน (Shoji Pass) - วิวพาโนรามาของภูเขาไฟฟูจิและทะเลสาบโชจิน

อ่าน 8 นาที

ภาพรวมและเสน่ห์

ช่องเขาโชจิน (Shoji Pass) เป็นช่องเขาที่มีความสูงประมาณ 1,255 เมตร ตั้งอยู่ในเมืองฟูจิคาวากุจิโกะ จังหวัดยามานาชิ ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของทะเลสาบโชจิ ซึ่งเป็นหนึ่งในทะเลสาบทั้งห้าของฟูจิ จากจุดนี้คุณจะสามารถมองเห็นทัศนียภาพอันยิ่งใหญ่ของทั้งภูเขาไฟฟูจิและทะเลสาบโชจินได้ในคราวเดียว ทะเลสาบโชจินเป็นทะเลสาบที่เกิดจากการกักเก็บน้ำจากกิจกรรมทางภูเขาไฟฟูจิ ความสวยงามของผืนน้ำที่สะท้อนเงาภูเขาไฟฟูจิเป็นสิ่งที่ดึงดูดใจผู้มาเยือนเสมอมา เป็นสถานที่ที่ช่วยให้คุณได้หลีกหนีจากความวุ่นวายมาสัมผัสกับลมหายใจของธรรมชาติอย่างแท้จริง

ประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม

ที่มาของชื่อ 'โชจิน' (Shoji) มีหลายทฤษฎี หนึ่งในนั้นคือความเชื่อที่ว่าผู้แสวงบุญที่มาสักการะภูเขาไฟฟูจิจะมาทำพิธีชำระล้างร่างกาย (Seisho Kessai) ที่ทะเลสาบแห่งนี้ นอกจากนี้ในอดีตเคยถูกเรียกว่า 'เซโนจิ' (Senochi) ซึ่งสื่อถึงตำแหน่งที่อยู่เบื้องหลังภูเขาไฟฟูจิ ในสมัยยุคกลาง พื้นที่แถบนี้ยังเป็นเส้นทางสำคัญอย่าง 'จูโดคันเก็น' (Chudo Kangen) ซึ่งเป็นเส้นทางคมนาคมและการค้าที่เชื่อมต่อระหว่างเมืองโคฟุและแคว้นซุรุงะ นอกจากนี้ ในอดีตเคยเป็นสถานที่พักผ่อนหนีร้อนที่นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติรู้จักกันในชื่อ 'Japan Shoji' ผ่านการแนะนำของ Harry Stewart Whitworth

ช่องเขาโชจิน (Shoji Pass) - วิวพาโนรามาของภูเขาไฟฟูจิและทะเลสาบโชจิน 1

ไฮไลท์สำคัญ

เสน่ห์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคือวิวพาโนรามาที่มองเห็นทะเลสาบโชจิและภูเขาไฟฟูจิพร้อมกัน เนื่องจากทางทิศเหนือของทะเลสาบไม่มีสิ่งปลูกสร้างบดบัง มีเพียงผืนป่าอาโอคิกาฮาระที่เขียวขจี ทำให้ทัศนียภาพของภูเขาไฟฟูจิดูโดดเด่นและสวยงามมาก นอกจากนี้ ใกล้กับทะเลสาบโชจิยังมี 'ต้นสนยักษ์โชจิน' (หรือต้นสนพันปี) ซึ่งเป็นสมบัติชาติทางธรรมชาติที่มีความสูงถึง 45 เมตร และมีเส้นรอบวงถึง 13.6 เมตร แสดงให้เห็นถึงพลังแห่งชีวิตของธรรมชาติ อีกทั้งยังมีเส้นทางไปยังจุดชมวิวพาโนรามาที่ความสูง 1,325 เมตร ซึ่งสามารถมองเห็นภาพรวมของทะเลสาบโชจิ, โมโตสุ, เซคิ, คาวากุจิโกะ และภูเขาไฟฟูจิได้อย่างครบถ้วน

ช่วงเวลาและฤดูกาลที่แนะนำ

ช่องเขาโชจินเป็นพื้นที่ธรรมชาติเปิด จึงไม่มีเวลาเปิด-ปิดที่แน่นอน คุณสามารถมาสัมผัสธรรมชาติได้ตลอดทั้งปี แต่ทัศนียภาพจะเปลี่ยนแปลงไปตามฤดูกาล ช่วงเวลาที่เหมาะแก่การสังเกตความเปลี่ยนแปลงของพืชพรรณคือตั้งแต่เดือนมีนาคมถึงตุลาคม ทั้งนี้ หากคุณวางแผนจะเดินป่า ควรระมัดระวังเรื่องการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศและอุณหภูมิ และควรเลือกวันที่สภาพอากาศคงที่เพื่อให้ได้รับประสบการณ์การชมวิวที่ดีที่สุด

กิจกรรมและประสบการณ์

คุณสามารถเพลิดเพลนกับการเดินป่าหรือไฮกิ้งท่ามกลางธรรมชาติ เส้นทางเดินป่าที่เริ่มจากริมทะเลสาบโชจินได้รับการดูแลค่อนข้างดี ทำให้มือใหม่ก็สามารถเดินได้ไม่ยาก นอกจากนี้ยังมีเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติรอบๆ ป่าอาโอคิกาฮาระที่ช่วยให้คุณได้สังเกตระบบนิเวศได้อย่างใกล้ชิด ในขณะที่ทะเลสาบโชจิเองก็เป็นสถานที่จัดกิจกรรมทางน้ำ เช่น การแข่งขันเรือแคนู เป็นสถานที่ที่ให้คุณได้สัมผัสความงามของภูมิประเทศและภูเขาไฟฟูจิอย่างใกล้ชิด

พื้นที่โดยรอบ

บริเวณรอบทะเลสาบโชจิเต็มไปด้วยธรรมชาติและประวัติศาสตร์ ทางทิศเหนือของทะเลสาบคือป่าอาโอคิกาฮาระ และสามารถเดินทางเข้าถึงได้ผ่านทางถนนหมายเลข 139 (Chudo Kangen) นอกจากนี้ยังมีศาลเจ้าซุวะ (Suwa Shrine) ที่มีเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมด้วยภาพวาดบนเพดาน และยังมีจุดชมวิวพาโนรามาที่อยู่ระหว่างทะเลสาบโชจิและโมโตสุ ซึ่งจะทำให้คุณได้เห็นความยิ่งใหญ่ของทะเลสาบทั้งห้าอย่างเต็มตา

สิ่งที่ควรเตรียมมาและข้อควรปฏิบัติ

เนื่องจากเป็นการเดินในสภาพแวดล้อมธรรมชาติ ควรเตรียมรองเท้าที่เดินสบายและเสื้อผ้าที่คล่องตัว เนื่องจากเป็นพื้นที่สูง อุณหภูมิอาจลดต่ำลง จึงแนะนำให้พกเสื้อกันหนาวติดตัวมาด้วย และเพื่อเป็นการอนุรักษ์ธรรมชาติ โปรดนำขยะกลับออกไปและไม่เดินออกนอกเส้นทางที่กำหนด

  • การชำระเงิน: เงินสดเท่านั้น (สำหรับสิ่งอำนวยความสะดวกหรือการเดินทางในบริเวณใกล้เคียง)
  • ภาษา: ป้ายบอกทางอาจมีการสนับสนุนด้านภาษาอังกฤษที่จำกัด
  • การจอง: ไม่ต้องจองล่วงหน้า
  • การถ่ายภาพ: สามารถถ่ายได้อิสระ แต่ควรปฏิบัติตามกฎเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ
  • สิ่งอำนวยความสะดวก: เส้นทางเดินป่าและทางเดินธรรมชาติอาจมีทางต่างระดับหรือพื้นผิวไม่เรียบ
  • สิ่งที่ควรพกมา: น้ำดื่ม, เสื้อกันหนาว, รองเท้าที่เดินสบาย
  • ข้อควรระวัง: โปรดตรวจสอบพยากรณ์อากาศล่วงหน้าเนื่องจากสภาพอากาศเปลี่ยนแปลงได้ง่าย