
ไกด์
พิธีกรรม 'Omiokuri' ที่จัดขึ้นจากวัด Jinguji ไปยัง Unose ในเมือง Obama จังหวัด Fukui เป็นพิธีกรรมดั้งเดิมที่ประกาศการมาเยินของฤดูใบไม้ผลิในภูมิภาค Wakasa ท่ามกลางความเงียบสงัดของยามค่ำคืน แสงไฟจากคบเพลิงที่ผู้คนในชุดขาวถือไว้จะสร้างเส้นทางแห่งแสงสว่างท่ามกลางความมืดมิด งานนี้ไม่ใช่เพียงแค่การแสดงเพื่อการชมเท่านั้น แต่เป็นพิธีกรรมแห่งการอธิษฐานที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน ซึ่งมีบรรยากาศอันเป็นเอกลักษณ์จากการผสมผสานระหว่างความเย็นของริมน้ำและความร้อนแรงของเปลวไฟ รวมถึงความรู้สึกที่เต็มไปด้วยความศรัทธา
Omiokuri มีความเชื่อมโยงอย่างลึกซึ้งกับพิธี 'Omizutori' ของวัด Todai-ji (Nigatsu-do) ในเมือง Nara มีตำนานเล่าว่า 'น้ำศักดิ์สิทธิ์' (Kozui) ที่ตักขึ้นจาก Jinguji จะถูกส่งไปยัง Unose และใช้เวลาประมาณ 10 วันเพื่อไปถึง 'Wakasa-i' ที่ Nigatsu-do ด้วยเหตุนี้ Wakasa และ Nara จึงมีความผูกพันกันอย่างแน่นแฟ้นผ่านความเชื่อและการติดต่อสื่อกันมาตั้งแต่อดีต ช่วงเวลาที่ไฟ สายน้ำ และประวัติศาสตร์ของแผ่นดินหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวนี้ คือเครื่องยืนยันถึงความลึกซึ้งของวัฒนธรรมทางจิตวิญญาณของญี่ปุ่น
เมื่อดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้า เหล่าพระสงฆ์และผู้เข้าร่วมพิธีในชุดขาวจะเริ่มเคลื่อนขบวนพร้อมคบเพลิง แสงไฟที่วูบวาบและเสียงฝีเท้าที่ดังก้องในความเงียบสร้างภาพลักษณ์ที่ดูราวกับหลุดออกมาจากโลกแห่งจินตนาการ สะท้อนถึงความศักดิ์สิทธิ์ของพิธีกรรม
จุดสูงสุดของงานจะเกิดขึ้นที่ Unose ซึ่งเป็นสถานที่ประกอบพิธีส่ง 'น้ำศักดิ์สิทธิ์' และการอธิษฐาน เป็นฉากที่เต็มไปด้วยความดราม่าจากการปะทะกันระหว่างความเงียบสงบของริมน้ำและความร้อนแรงของเปลวไฟที่ลุกโชน
ในวันงานจะมีการจุดไฟในพิธี Daigoma (การเผาเครื่องบูชา) ซึ่งช่วยเพิ่มความอลังการให้กับขบวนคบเพลิง ความสว่างไสวของเปลวไฟที่โดดเด่นท่ามกลางความมืดมิดจะสะกดสายตาของผู้ที่ได้พบเห็น
Omiokuri จัดขึ้นในคืนวันที่ 2 มีนาคมของทุกปี ซึ่งเป็นช่วงรอยต่อระหว่างฤดูหนาวและฤดูใบไม้ผลิ อากาศในเวลากลางคืนจะหนาวเย็นมาก กิจกรรมหลักจะอยู่ในช่วงกลางคืนหลังจากดวงอาทิตย์ตกดิน เนื่องจากต้องมีการเคลื่อนที่ในที่มืด การเตรียมตัวล่วงหน้าจึงเป็นเรื่องสำคัญมาก
นอกจากการชมขบวนแล้ว ในบางปีอาจมีระบบ 'Te-taimatsu' (คบเพลิงในมือ) ที่เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมสามารถถวายคบเพลิงและมีส่วนร่วมในพิธีกรรมได้ การได้ถือคบเพลิงและร่วมในพิธีด้วยตัวเองถือเป็นประสบการณ์ที่พิเศษและหาได้ยาก อย่างไรก็ตาม โปรดตรวจสอบข้อมูลล่าสุดก่อนเข้าร่วม
สถานที่หลักในการประกอบพิธี คุณสามารถมาเยี่ยมชมในช่วงกลางวันเพื่อสัมผัสบรรยากาศที่สงบและศักดิ์สิทธิ์ของวัดได้
ภูมิภาค Wakasa มีประวัติศาสตร์ในฐานะแหล่งส่งเสบียงสำคัญไปยังเมืองหลวง การเรียนรู้เรื่องราวของเส้นทาง Saba Kaido จะทำให้การเดินเที่ยวชมเมืองรอบๆ สนุกและมีความหมายยิ่งขึ้น
การเดินชมเมืองท่าริมทะเลอย่าง Obama และสัมผัสวิถีชีวิตริมชายฝั่ง เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่น่าสนุกทั้งก่อนและหลังจบพิธีกรรม
โปรดตรวจสอบข้อมูลจากประกาศในพื้นที่เกี่ยวกับค่าธรรมเนียมการเข้าชมหรือวิธีการชำระเงิน โดยทั่วไปจะเป็นการชมในพื้นที่กลางแจ้ง
การสนับสนุนด้านภาษาอังกฤษหรือเจ้าหน้าที่ที่สื่อสารภาษาอังกฤษได้อาจมีจำกัด โปรดตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากทางผู้จัดงาน
โดยปกติแล้วไม่จำเป็นต้องจองล่วงหน้าสำหรับการเข้าชม แต่หากต้องการเข้าร่วมโปรแกรมพิเศษ เช่น การถวายคบเพลิง จำเป็นต้องมีการตรวจสอบและดำเนินการล่วงหน้า
เนื่องจากเป็นงานกลางแจ้งในเวลากลางคืน อุณหภูมิจะหนาวเย็นเหมือนฤดูหนาว ควรเตรียมถุงมือ หมวก และแผ่นแปะความร้อน (Kairo) มาให้พร้อม นอกจากนี้ เนื่องจากอาจมีสะเก็ดไฟหรือควันไฟ ควรหลีกเล และหลีกเลี่ยงการสวมเสื้อผ้าที่ทำจากวัสดุที่ติดไฟง่ายหรือผ้าพันคอที่ยาวเกินไป และควรพกไฟฉายขนาดเล็กติดตัวไว้เพื่อความสะดวกในการเดินในที่มืด
ขอให้เคารพความเงียบสงบและบรรยากาศของพิธีกรรม โปรดปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ในพื้นที่เกี่ยวกับพื้นที่ที่อนุญาตให้ถ่ายภาพได้