
ไกด์
Oiso no Sagicho คือเทศกาลไฟดั้งเดิมที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปีในวันที่ 17 มกราคม ณ เมือง Oiso เขต Nakakori จังหวัด Kanagawa เทศกาลนี้ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสมบัติทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ที่สำคัญของประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นการสืบทอดรูปแบบการเฉลิมฉลองแบบดั้งเดิมของญี่ปุ่นมาอย่างยาวนาน เอกลักษณ์ที่โดดเด่นที่สุดคือ 'ไซต์' (Site) หรือหอคอยไฟรูปกรวยยักษ์ 9 แห่งที่ตั้งอยู่บริเวณชายหาด Oiso Kitahama ในช่วงเวลาที่ไฟถูกจุดขึ้นพร้อมกันท่ามกลางความมืดมิด เสาไฟยักษ์ที่สูงถึง 7-8 เมตรจะพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า ทำให้พื้นที่ชายหาดทั้งหมดสว่างไสงไปด้วยแสงสีแดงฉาน เป็นภาพที่ทรงพลังและน่าตื่นตาตื่นใจอย่างยิ่ง
ที่มาของเทศกาลนี้อ้างอิงจากตำนานเกี่ยวกับ 'เซเอโนคามิซัง' (Seenokamisann) หรือเทพเจ้าแห่งทางแยกที่มีมาแต่โบราณ มีตำนานเล่าว่าครั้งหนึ่งในพื้นที่นี้มีเทพแห่งเคราะห์ร้ายที่เรียกว่า 'เมะฮิโตะสึ โคโซ' (เด็กน้อยตาเดียว) ปรากฏตัวขึ้นเพื่อคอยบันทึกการกระทำของชาวบ้าน เมื่อใกล้ถึงเวลาเช้าตรู่ เทพองค์นี้จึงรีบนำบันทึกดังกล่าวไปฝากไว้กับเซเอโนคามิซัง และเมื่อเซเอโนคามิซังได้รับบันทึกนั้นมา ก็ได้เผาบันทึกนั้นทิ้งไป จึงเป็นที่มาของการเริ่มพิธีเผาไฟนี้ เทศกาลนี้ยังถูกเรียกว่า 'เซเอโตบาเล' หรือ 'ดอนโดยากิ' และได้รับการสืบทอดในฐานะพิธีกรรมทางประวัติศาสตร์ที่หยั่งรากลึกในชุมชน
ไฮไลท์ที่สำคัญที่สุดของเทศกาลคือ 'การจุดไฟพร้อมกัน' (Issai Tenka) ซึ่งจะเริ่มขึ้นเวลาประมาณ 18:30 น. เมื่อไฟถูกจุดขึ้นที่หอคอยยักษ์ทั้ง 9 แห่งที่ชาวบ้านร่วมกันสร้างขึ้น เสียงไม้ไผ่จะแตกตัวดัง 'ปัง! ปัง!' พร้อมกับเปลวไฟที่พุ่งสูงขึ้นสู่ท้องฟ้าเพื่อขับไล่สิ่งชั่วร้าย นอกจากนี้ยังมีพิธีกรรม 'ยันนาโกกโกะ' (Yannagokko) ก่อนการจุดไฟ โดยกลุ่มชายฉกรรจ์ในชุดฟุนโดชิจะลากเลื่อนที่มีศาลเจ้าขนาดเล็กผ่านน้ำทะเลที่เย็นจัด เป็นภาพที่เต็มไปด้วยพลังและจิตวิญญาณ อีกทั้งยังมีธรรมเนียมการกินดังโอะที่ถูกย่างด้วยไฟ ซึ่งเชื่อกันว่าจะช่วยให้ 'ไม่เป็นหวัดตลอดทั้งปี'
Oiso no Sagicho เป็นกิจกรรมฤดูหนาวที่จัดขึ้นในคืนวันที่ 17 มกราคมของทุกปี ช่วงเวลาที่ควรค่าแก่การรอคอยที่สุดคือตั้งแต่เวลา 18:30 น. เป็นต้นไปเมื่อเริ่มการจุดไฟ แนะนำให้เดินทางมาถึงพื้นที่ก่อนพระอาทิตย์ตกดินเพื่อให้ทันชมวินาทีที่เสาไฟยักษ์เริ่มลุกโชน เนื่องจากจัดขึ้นในช่วงที่อากาศหนาวจัด การเตรียมเครื่องกันหนาวให้พร้อมสำหรับการชมริมชายหาดยามค่ำคืนจึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง
ผู้ชมสามารถชมความยิ่งใหญ่ของเสาไฟยักษ์และการทำพิธีกรรมในทะเลได้อย่างใกล้ชิดจากริมชายหาด นอกจากนี้ยังมีวัฒนธรรมการกิน 'ดังโอะย่าง' ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเทศกาลที่ช่วยให้คุณได้สัมผัสกับวิถีชีวิตและรสชาติแบบดั้งเดิมท่ามกลางความร้อนแรงของเปลวไฟ เป็นโอกาสที่หาได้ยากในการสัมผัสจิตวิญญาณของชุมชนญี่ปุ่นอย่างแท้จริง
บริเวณรอบชายหาด Oiso Kitahama มีสถานที่ทางประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจ เช่น บ้านเก่าของนักเขียนชื่อดัง ชิมาซากิ โทมูระ (Shimazaki Toson) คุณสามารถเดินเล่นชมบรรยากาศเมืองเก่าที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานในฐานะเมืองพักแรม (Shukuba) ได้ทั้งก่อนและหลังงานเทศกาล อย่างไรก็ตาม เนื่องจากจะมีผู้คนหนาแน่นมากในวันงาน ควรเผื่อเวลาสำหรับการเดินทาง