
ไกด์
วัดคิริฮาตะจิ (Kirihata-ji) ตั้งอยู่ในเมืองอาวะ จังหวัดโทคุชิมะ เป็นวัดในนิกายโคยะซัน ชิงกอน เป็นที่รู้จักกันดีในฐานะวัดลำดับที่ 10 ของการแสวงบุญ 88 วัดในชิโกกุ ตัววัดตั้งอยู่บนไหล่เขาคิริฮาตะที่ความสูง 155 เมตร ท่ามกลางสถาปัตยกรรมทางประวัติศาสตร์ที่กระจายอยู่ทั่วบริเวณ ไฮไลท์สำคัญคือ "เจดีย์ใหญ่คิริฮาตะจิ" (Kirihata-ji Daito) ซึ่งเป็นเจดีย์สองชั้นที่มีโครงสร้างโดดเด่นและได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสมบัติชาติ สร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับผู้มาเยือน นอกจากนี้ยังมีตำนานอันน่าประทับใจเกี่ยวกับท่านคุไค (Kobo Daishi) และหญิงสาวทอผ้า ทำให้ที่นี่ไม่ใช่เพียงสถานที่ท่องเที่ยว แต่ยังเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์สำหรับการพักผ่อนทางจิตวิญญาณ
ประวัติของวัดนี้ผูกพันอย่างลึกซึ้งกับเรื่องราวของท่านคุไคและหญิงสาวทอผ้า ตามตำนานเล่าว่า ในขณะที่ท่านคุไคกำลังบำเพ็ญเพียรและต้องการผ้าเพื่อซ่อมแซมจีวรที่ขาด หญิงสาวคนหนึ่งได้มอบผ้าให้ด้วยความเต็มใจ ความเสียสละของเธอทำให้ท่านคุไคประทับใจมาก ท่านจึงได้ช่วยให้เธอบรรลุธรรมผ่านการสร้างรูปเคารพพระโพธิสัตว์กวนอิมพันมือ ส่งผลให้เธอเข้าสู่สภาวะนิพพานและกลายเป็นแสงสว่างเจ็ดสี ด้วยเหตุนี้ คิริฮาตะจิจึงได้ชื่อว่าเป็น "วัดแห่งการบรรลุธรรมของสตรี" และได้รับความนิยมอย่างมากในหมู่ผู้หญิงมาตั้งแต่อดีต นอกจากนี้ยังมีร่องรอยความศรัทธาที่สืบทอดมาหลายยุคสมัย เช่น เจดีย์ใหญ่ที่เชื่อกันว่าสร้างขึ้นเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้แก่ โทโยโทมิ ฮิเดโยชิ

ภายในวัดมีสิ่งก่อสร้างที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์มากมาย สิ่งแรกที่โดดเด่นที่สุดคือ "เจดีย์ใหญ่คิริฮาตะจิ" ซึ่งมีการย้ายมาจากศาลเจ้าสุมิโยชิ ไดชาชะในสมัยเมจิ โดยมีโครงสร้างที่หาได้ยากคือส่วนระหว่างชั้นแรกและชั้นที่สองเป็นรูปสี่เหลี่ยม จุดต่อมาคือพระประธานพระโพธิสัตว์กวนอิมพันมือ และรูปปั้น "ฮาตากิริ คันนน" (Hatagiri Kannon) ที่สื่อถึงหญิงสาวในตำนาน โดยในมือขวาถือกรรไกรและมือซ้ายถือผ้า ซึ่งสะท้อนถึงที่มาของสถานที่แห่งนี้ได้อย่างชัดเจน นอกจากนี้ การเดินขึ้นบันไดหิน 333 ขั้น (Onna-yakuza และ Otoko-yakuza) เพื่อไปยังวิหารหลัก ก็เป็นประสบการณ์ที่เปี่ยมไปด้วยความขลังและพลังแห่งศรัทธา
วัดคิริฮาตะจิมีความงดงามที่แตกต่างกันไปในแต่ละฤดูกาล ในช่วงฤดูใบไม้ผลิและฤดูใบไม้ร่วงจะมีพิธีทางศาสนาที่สำคัญ เช่น พิธีชุนกิ โชกัน นากาบิ (ประมาณ 21 มีนาคม) และพิธีอากิ กิ โชกัน นากาบิ (ประมาณ 23 กันยายน) รวมถึงเทศกาลฮาไดริวโอคู มิยะ (วันเสาร์ที่ 3 ของเดือนตุลาคม) ซึ่งคุณจะได้สัมผัสถึงพลังแห่งศรัทธาอย่างใกล้ชิด หากมองจากเจดีย์ใหญ่ คุณจะเห็นทัศนียภาพอันยิ่งใหญ่ของแม่น้ำโยชิโนะและเทือกเขาชิโกกุ ในช่วงกลางวันคุณจะได้เห็นเงาของเจดีย์ที่สวยงามตัดกับท้องฟ้าสีครามและธรรมชาติสีเขียวขจี ส่วนในช่วงเย็น บรรยากาศจะเต็มไปด้วยความสงบเงียบและศักดิ์สิทธิ์

คุณสามารถสัมผัสวัฒนธรรมการแสวงบุญชิโกคุเฮงโระได้อย่างแท้เคย การรับตราประทับ (Nohin/Goshuin) หรือการรับรูปภาพศักดิ์สิทธิ์ (Mikage) สามารถทำได้ที่จุดบริการ ซึ่งเป็นสิ่งที่นักแสวงบุญนิยมสะสมเพื่อเป็นเครื่องยืนแทนการเดินทาง นอกจากนี้ยังมีพิธีกรรม "เคงิกิ นากาชิ" (Kegiki Nagashi) ในวันวิษุวัตฤดูใบไม้ผลิและฤดูใบไม้ร่วง ซึ่งเป็นการนำความทรงถึงบรรพบุรุษผ่านพิธีกรรมทางน้ำ การเดินขึ้นบันไดหินยังถือเป็นการฝึกจิตใจและเป็นการรีเฟรชร่างกายไปในตัว
บริเวณรอบวัดคิริฮาตะจิเต็มไปด้วยบรรยากาศย้อนยุค โดยเฉพาะในย่านหน้าวัด (Monzen-machi) ที่มีร้านขายอุปกรณ์สำหรับการแสวงบุญ นอกจากนี้ ในระยะที่ขับรถถึง ยังมีวัดอื่นๆ ในเส้นทางแสวงบุญอาวะไซโกคุซันจูซันคันนง ซึ่งคุณสามารถวางแผนการเดินทางท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์และธรรมชาติในจังหวัดโทคุชิมิได้อย่างครบถ้วน
