
ไกด์
Kamakura Museum of Literature ตั้งอยู่ในย่าน Hase เมืองคามาคุระ จังหวัด Kanagawa เป็นพิพิธภัณฑ์ประจำเมืองที่จัดแสดงเนื้อหาเกี่ยวกับวรรณกรรมที่มีความเกี่ยวข้องกับเมืองคามาคุระ ตัวอาคารนี้สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1936 (พ.ศ. 2479) เพื่อใช้เป็นบ้านพักตากอากาศของตระกูล Maeda และเป็นหนึ่งในสถาปัตยกรรมสไตล์ตะวันตกที่ยังคงหลงเหลืออยู่ซึ่งมีค่าอย่างยิ่งในคามาคุระ นอกจากนี้ยังได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นทรัพย์สินทางวัฒนธรรมที่สำคัญของประเทศ โดยมีประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจจากการเคยเป็นบ้านพักของอดีตนายกรัฐมนตรี Sato Eisaku อีกด้วย อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันทางพิพิธภัณฑ์อยู่ระหว่างการปิดปรับปรุงครั้งใหญ่เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการกลับมาเปิดให้บริการอีกครั้ง
ประวัติศาสตร์ของสถานที่แห่งนี้ย้อนไปถึงสมัยเมจิ โดยเดิมทีเป็นที่ดินของตระกูล Maeda จนกระทั่งอาคารสไตล์ตะวันตกที่เห็นในปัจจุบันสร้างเสร็จในปี ค.ศ. 1936 ในยุคหลังสงคราม อาคารแห่งนี้เคยถูกใช้เป็นบ้านพักของทูตจากประเทศเดนมาร์ก ซึ่งสะท้อนถึงความเป็นสากล ต่อมาในปี ค.ศ. 1964 อดีตนายกรัฐมนตรี Sato Eisaku ได้ใช้สถานที่นี้เป็นบ้านพักตากอากาศ ทำให้มีความเชื่อมโยงกับประวัติศาสตร์การเมืองของญี่ปุ่น ในปี ค.ศ. 1983 เมืองคามาคุระได้รับมอบอาคารนี้มา และเปิดตัวในชื่อ "Kamakura Museum of Literature" ในเดือนพฤศจิกายน ค.ศ. 1985 ภายในอาคารมีการตกแต่งด้วยสไตล์อาร์ตเดโค (Art Deco) ที่นิยมในยุค 1930 เช่น งานประดับประดาที่ประณีต ประตูทางเข้าที่ใช้หินอ่อน และกระจกสี (Stained Glass) ซึ่งแสดงถึงความรุ่งเรืองของเทคโนโลยีสถาปัตยกรรมในยุคนั้น

ภายในพิพิธภัณฑ์มีการจัดแสดงต้นฉบับลายมือตัวจริง จดหมาย และของใช้ส่วนตัวของนักเขียนชื่อดังกว่า 300 ท่านที่มีความเกี่ยวข้องกับคามาคุระ เช่น Kawabata Yasunari, Natsume Soseki, Akutagawa Ryunosuke และ Yosano Akiko โดยเฉพาะสำหรับแฟนวรรณกรรม การที่สถานที่แห่งนี้ถูกกล่าวถึงในนวนิยายเรื่อง "Spring Snow" ของ มิชิมะ ยูคิโอะ ถือเป็นจุดสำคัญที่น่าสนใจ นอกจากนี้ ความงามของตัวอาคารที่ผสมผสานระหว่างโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็กในชั้นที่ 1 และโครงสร้างไม้ในชั้นที่ 2 และ 3 รวมถึงโคมไฟทองเหลืองและงานไม้โมเสกที่ประณีต ก็เป็นสิ่งที่ดึงดูดใจผู้เข้าชมเป็นอย่างมาก
บริเวณรอบพิพิธภัณฑ์เต็มไปด้วยธรรมชาติที่เปลี่ยนแปลงไปตามฤดูกาล จุดที่โดดเด่นที่สุดคือสวนกุหลาบที่อยู่หน้าอาคาร โดยในช่วงเดือนพฤษภาคมถึงมิถุนายนของทุกปี จะมีการจัดงาน "เทศกาลกุหลาบ" ซึ่งกุหลาบจะบานสะพรั่งอย่างสวยงาม ในช่วงฤดูใบไม้ผ spring หรือฤดูใบไม้ร่วงที่มีอากาศอบอุ่น การเดินเล่นท่ามกลางอาคารสไตล์ตะวันตกและพื้นที่สีเขียวรอบๆ จะให้ความรู้สึกที่เงียบสงบและผ่อนคลาย อย่างไรก็ตาม เนื่องจากปัจจุบันอยู่ในช่วงปิดปรับปรุงอาคารครั้งใหญ่ โปรดตรวจสอบสถานะการเปิดให้บริการล่าสุดก่อนการเดินทางเสมอ
เนื่องจากปัจจุบันอยู่ในช่วงปิดปรับปรุง คุณจึงยังไม่สามารถเข้าชมการจัดแสดงภายในได้ แต่คุณยังสามารถชื่นชมความงามของสถาปัตยกรรมจากภายนอกได้ คุณจะได้เห็นโครงสร้างสไตล์ตะวันตกที่ยังคงกลิ่นอายของบ้านพักตากอากาศในอดีต และทัศนียภาพที่สวยงามตามภูมิประเทศแบบ Vato (หุบเขาเล็กๆ) การวางแผนเดินทางโดยรวมการเดินชมบรรยากาศรอบๆ ย่าน Hase เพื่อค้นหาประวัติศาสตร์ในพื้นที่ก็นับเป็นกิจกรรมที่น่าสนใจ
รอบๆ พิพิธภัณฑ์มีสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของคามาคุระมากมาย เช่น พิพิธัตภัณฑ์ระลึกถึง Kuniya Nobuko ซึ่งมีธีมทางวรรณกรรมที่คล้ายคลึงกัน นอกจากนี้ยังมีวัดชื่อดังอย่าง วัด Hase-dera และ วัด Kotoku-in (หลวงพ่อโตแห่งคามาคุระ) ซึ่งสามารถเดินเท้าไปถึงได้ ทำให้เส้นทางท่องเที่ยวในย่าน Hase นี้มีความสมบูรณ์แบบทั้งในด้านประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม อีกทั้งยังมีคาเฟ่และร้านอาหารมากมาย เหมาะสำหรับการเดินเล่นชมบรรยกรรมย้อนยุค
เนื่องจากบริเวณรอบอาคารมีทางลาดและเนินเขา แนะนำให้สวมรองเท้าที่เดินสบาย การเข้าชมในปัจจุบันจะเน้นไปที่การชมจากภายนอกเนื่องจากการจำกัดการเข้าชมภายในอาคาร สำหรับการชำระเงินในสถานที่ใกล้เคียง แนะนำให้ใช้เงินสดหรือบัตร IC Card (เช่น Suica/PASMO) สำหรับการเดินทาง สำหรับภาษาอังกฤษอาจมีป้ายบอกทางจำกัด การปฏิบัติตามมารยาทในการรักษาความเงียบสงบเป็นสิ่งสำคัญ เนื่องจากอาคารนี้เป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่สำคัญ