
ไกด์
จิยูกาโอกะ ตั้งอยู่ในเขตเมกุโระ กรุงโตเกียว เป็นย่านพาณิชย์ที่มีบรรยากาศหรูหราและทันสมัย โดยมีสถานี Jiyugaoka เป็นศูนย์กลางซึ่งเป็นจุดตัดของสาย Tokyu Toyoko และสาย Tokyu Otoyama ย่านนี้มีทัศนียภาพที่สวยงามราวกับหลุดเข้าไปในยุโรป และเป็นย่านที่ได้รับความนิยมอย่างสูงจากกลุ่มผู้หญิง รวมถึงมักจะติดอันดับย่านที่น่าอยู่อาศัยอันดับต้นๆ เนื่องจากเป็นการผสมผสานระหว่างคุณภาพชีวิตที่ดีและความสะดวกสบายในการช้อปปิ้ง
เสน่ห์ที่สำคัญที่สุดคือการเป็น 'ดินแดนแห่งขนมหวาน' ที่นี่เป็นแหล่งรวมร้านขนมหวาน (Patisserie) จากเชฟชื่อดังระดับโลก และบางร้านยังมีประวัติศาสตร์ยาวนานในการพัฒนาวัฒนธรรมการทานขนมหวานในญี่ปุ่น นอกจากนี้ ตามตรอกซอกซอยที่ปูด้วยหินยังมีร้านขายของตกแต่งบ้าน แบรนด์แฟชั่น และคาเฟ่สุดเก๋มากมายที่รอให้คุณมาค้นพบ
ประวัติศาสตร์ของจิยูกาโอกะมีความเกี่ยวข้องกับการพัฒนาที่ดินในยุคสมัยใหม่ เดิมทีพื้นที่แถบนี้เรียกว่า 'Yabata' แต่ในช่วงยุคไทโชถึงต้นยุคโชวะ ได้มีการก่อตั้งสถานศึกษาและสถาบันต่างๆ เช่น Jiyugaoka Gakuen ซึ่งเป็นที่มาของชื่อย่านในปัจจุบัน นอกจากนี้ยังมีการกล่าวว่าการก่อตั้งสถาบันการเต้นรำโดยนักเต้นชื่อดัง Ishii Baku มีส่วนสำคัญในการทำให้ชื่อนี้เป็นที่รู้จัก
หลังสงครามโลก ย่านนี้เติบโตอย่างรวดเร็วพร้อมกับการขยายตัวของทางรถไฟ จนกลายเป็นย่านการค้าที่คึกคักในช่วงทศวรรษ 1950 นอกจากนี้ยังมีวัฒนธรรมการสร้างเมืองโดยเจ้าของร้านในท้องถิ่น ทำให้จิยูกาโอกะมีเสน่ห์ที่เข้มแข็งและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว สัญลักษณ์ที่สำคัญของย่านนี้คือ รูปปั้นเทพธิดา 'Aozora' ที่ตั้งอยู่บริเวณหน้าสถานี

จิยูกาโอกะมีจุดเช็คอินที่หลากหลายซึ่งจะทำให้คุณค้นพบสิ่งใหม่ๆ เสมอ:
จิยูกาโอกะมีความสวยงามที่แตกต่างกันไปในแต่ละฤดู ในช่วงฤดูใบไม้ผลิ ทางเดินจะสวยงามด้วยดอกซากุระ และในช่วงฤดูร้อน การนั่งพักผ่อนในคาเฟ่ริมทางจะให้ความรู้สึกที่ผ่อนคลาย
โดยเฉพาะในเดือนตุลาคม จะมีการจัดงาน 'Jiyugaoka Megami Matsuri' (เทศกาลเทพธิดาจิยูกาโอกะ) ซึ่งเป็นช่วงที่คึกคักมาก มีทั้งคอนเสิร์ตจากนักร้องชื่อดัง ขบวนพาเหรด และตลาดนัดกลางแจ้ง นอกจากนี้ในเดือนธันวาคม จะมีการประดับต้นคริสต์มาสและไฟประดับ (Illumination) ที่สวยงามบริเวณหน้าสถานี

รอบๆ จิยูกาโอกะมีการจัดวางพื้นที่อยู่อาศัยและย่านการค้าอย่างสมดุล ทางทิศเหนือมีเนินเขา และทางทิศใต้มีเส้นทางสีเขียวริมแม่น้ำ Kuinobukuro ทำให้รู้สึกถึงความสมดุลระหว่างความเป็นเมืองและธรรมชาติ