
ไกด์
วัดโฮโคจิ (Houkouji) ตั้งอยู่ท่ามกลางธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ในย่านโอคุยามะ เมืองฮามะมัตสึ จังหวัดชิซูโอกะ เป็นวัดต้นสังกัดที่สำคัญของนิกายเซนรินไซ มีประวัติศาสตร์ยาวนานตั้งแต่ศตวรรษที่ 14 (ปี ค.ศ. 1371) เสน่ห์ที่โดดเด่นที่สุดของวัดแห่งนี้ไม่ใช่เพียงแค่การเป็นสถานที่ท่องเที่ยว แต่คือการเปิดโอกาสให้ผู้มาเยือนได้สัมผัสกับ 'จิตวิญญาณแห่งเซน' อย่างลึกซึ้ง ภายในบริเวณวัดที่เต็มไปด้วยความเงียบสงบ คุณสามารถใช้เวลาอันมีค่าในการเผชิญหน้ากับตัวเองผ่านการฝึกนั่งสมาธิ (Zazen) และการคัดลายมือ (Shakyo) นอกจากนี้ ยังสามารถสัมผัสวัฒนธรรมการกินและการใช้ชีวิตแบบดั้งเดิมของญี่ปุ่นผ่านการรับประทานอาหารเจตามฤดูกาลและการเข้าพักแบบชินจูคุโบ (Shukubo) หรือที่พักภายในวัดอีกด้วย
ประวัติของวัดโฮโคจิเริ่มต้นในปี ค.ศ. 1371 เมื่อท่าน Okuyama Rokurojiro Asafuji ได้อาราธนาพระมูมงเก็นเซ็น (Mumon Genzen) พระภิกษุที่เดินทางกลับมาจากประเทศจีนมาเป็นผู้ก่อตั้ง ด้วยสภาพแวดล้อมที่งดงามคล้ายคลึงกับทัศนียภาพในจีน ท่านจึงตั้งชื่อสถานที่แห่งนี้ว่า 'Shin'o-zan Houkou Mansuzen-ji' นับแต่นั้นมา สถานที่แห่งนี้จึงได้พัฒนาเป็นดินแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งเซน แม้จะเคยผ่านเหตุการณ์อัคคีภัยหลายครั้งในประวัติศาสตร์ แต่ด้วยความพยายามในการบูรณะฟื้นฟูอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันวัดโฮโคจิยังคงรักษาอาคารสำคัญ เช่น หอพระประธานที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกทางวัฒนธรรม และเป็นศูนย์กลางสำคัญในการสืบทอดวัฒนธรรมทางจิตวิญญาณของญี่ปุ่นมาจนถึงปัจจุบัน

วัดโฮโคจิเต็มไปด้วยสมบัติทางวัฒนธรรมที่มีคุณค่าสูง ทั้งในด้านสถาปัตยกรรมและศิลปกรรม สิ่งที่พลาดไม่ได้คือ 'ชิซอน โบซัตสึโด' (Shison Bosatsudo) ซึ่งเป็นอาคารที่สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1401 และสะท้อนรูปแบบสถาปัตยกรรมสมัยคามาคุระตอนปลายได้อย่างดีเยี่ยม นอกจากนี้ อาคารอื่นๆ เช่น หอพระประธาน หอระฆัง และเจดีย์สามชั้น ยังได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสมบัติทางวัฒนธรรมที่สำคัญของประเทศ ความสง่างามของสิ่งก่อสร้างเหล่านี้จะทำให้ผู้มาเยือนรู้สึกตื่นตาตื่นตื่นใจ อีกทั้งภายในบริเวณวัดยังมีความเชื่ออันศักดิ์สิทธิ์ที่เชื่อมโยงกับธรรมชาติ การเดินชมสถาปัตยกรรมเหล่านี้จึงเป็นโอกาสอันดีที่จะได้เรียนรู้ทั้งความงามทางศิลปะและจิตวิญญาณของญี่ปุ่นไปพร้อมกัน
วัดโฮโคจิมีความงดงามที่แตกต่างกันไปในแต่ละฤดูกาล โดยเฉพาะช่วงเดือนตุลาคมถึงพฤศจิกายน ซึ่งเป็นฤดูใบไม้เปลี่ยนสี ถือเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการมาเยือน คุณจะได้เห็นความตัดกันอย่างสวยงามระหว่างสีสันของใบไม้ที่เปลี่ยนไปกับความเก่าแก่ของอาคารไม้ท่ามกลางอากาศที่สดชื่น นอกจากนี้ ในเดือนกุมภาพันธ์ยังมีพิธีกรรม 'Okuyama Hansobo Fire Festival' ซึ่งมีการประกอบพิธีเดินข้ามไฟอันเป็นเอกลักษณ์ สำหรับการเยี่ยมชมในช่วงกลางวัน แนะนำให้สังเกตรายละเอียดของสวนและสถาปัตยกรรมเมื่อมีแสงแดดอ่อนๆ ส่องลงมา การทำกิจกรรมในช่วงเช้าตรู่ท่ามกลางอากาศที่บริสุทธิ์จะช่วยให้คุณมีสมาธิที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น

กิจกรรมที่เราอยากแนะนำที่สุดคือการสัมผัสประสบการณ์เซนแบบดั้งเดิม วัดโฮโคจิมีโปรแกรม 'การนั่งสมาธิ' (Zazen) และ 'การคัดลายมือ' (Shakyo) ที่เปิดรับทุกคน การฝึกควบคุมลมหายใจท่ามกลางความเงียบสงบและการตั้งใจคัดตัวอักษรเป็นวิธีที่ดีเยี่ยมในการปลีกตัวจากความวุ่นวายในชีวิตประจำวันเพื่อสร้างความสงบทางใจ นอกจากนี้ ยังมีการเปิดให้เข้าพักแบบ 'ชูโบ' (Shukubo) หรือที่พักในวัด รวมถึงการจัดอบรมสำหรับองค์กรท่ามกลางธรรมชาติเพื่อส่งเสริมสุขภาพกายและใจ อีกหนึ่งประสบการณ์ที่ไม่ควรพลาดคือการลิ้มรส 'อาหารเจ' (Shojin Ryori) ที่ปรุงจากวัตถุดิบตามฤดูกาล ซึ่งจะทำให้คุณเข้าใจถึงภูมิปัญญาการกินและจิตวิญญาณแห่งเซนผ่านรสชาติที่ละเอียดอ่อน
พื้นที่ย่านโอคุยามะที่วัดโฮโคจิตั้งอยู่นั้น ล้อมรอบด้วยธรรมชาติที่สมบูรณ์ บริเวณรอบๆ วัดมีทัศนียภาพที่ให้ความรู้สึกถึงประวัติศาสตร์ เหมาะสำหรับการเดินเล่นพักผ่อนหย่อนใจ นอกจากนี้ยังมีจุดที่เกี่ยวข้องกับ 'Okuyama Hansobo' ซึ่งคุณจะได้สัมผัสบรรยากาศที่ความเชื่อทางศาสนาและธรรมชาติหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว แนะนำให้เดินทางท่องเที่ยวพร้อมกับซึมซับบรรยากาศทางประวัติศาสตร์ของพื้นที่นี้ไปพร้อมกัน

ในการมาเยือนวัดโฮโคจิ โปรดคำนึงถึงข้อแนะนำดังนี้: