
ไกด์
สวนฮิมาวาริ โนะ อกะ (Himawari no Oka Park) เป็นสวนสาธารณะอเนกประสงค์ขนาดใหญ่บนพื้นที่ประมาณ 80,000 ตารางเมตร ตั้งอยู่ในเมืองโอโนะ จังหวัดเฮียวโงะ จุดเด่นที่สุดของสวนแห่งนี้คือความสวยงามของดอกไม้ที่เปลี่ยนแปลงไปตามฤดูกาล ไม่ว่าจะเป็นดอกทานตะวันในฤดูร้อน, ดอกเร็นเกะ (ดอกพุด) และดอกนาโนฮานะในฤดูใบไม้ผลิ หรือดอกคอสมอสในฤดูใบไม้ร่วง ซึ่งจะทำให้ผู้มาเยือนได้สัมผัสถึงการเปลี่ยนแปลงของธรรมชาติอย่างใกล้ชิด
สัญลักษณ์สำคัญของสวนคือ "หอคอยทานตะวัน" (Himawari no To) ซึ่งเป็นหอคอยหินแกรนิตขนาดมหึมา สูง 20 เมตร และหนักถึง 260 ตัน หอคอยนี้ถูกออกแบบมาเพื่อประชาสัมพันธ์เมืองโอโนะ โดยมีการแกะสลักลวดลายทานตะวันและสัญลักษณ์ทางประวัติศาสตร์ของท้องถิ่นไว้ที่ส่วนยอด นอกจากนี้ในช่วงกลางคืนยังมีการเปิดไฟประดับ (Light up) ทำให้หอคอยดูสวยงามและแตกต่างไปจากตอนกลางวัน
สวนแห่งนี้ได้รับการพัฒนามาจากการเป็นสวนดอกไม้ตามฤดูกาล จนกระทั่งในปี 2002 ได้มีการปรับปรุงครั้งใหญ่ ทำให้ปัจจุบันกลายเป็นพื้นที่พักผ่อนหย่อนใจที่สมบูรณ์แบบ มีทั้งเครื่องเล่นขนาดใหญ่ สวนสไตล์ตะวันตก รวมถึงร้านอาหารและร้านค้าที่ให้บริการนักท่องเที่ยว
การออกแบบ "หอคอยทานตะวัน" ยังสะท้อนถึงวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ท้องถิ่น โดยมีการแกะสลักตราประจำเมืองโอโนะ รวมถึงลวดลายที่เกี่ยวข้องกับสมบัติชาติอย่างวัดโจโดจิ (Jodo-ji) และสินค้าพื้นเมืองอย่าง ลูกคิด (Soroban) และงานโลหกรรม ซึ่งแสดงถึงรากเหง้าทางวัฒนธรรมของพื้นที่ได้อย่างดีเยี่ยม

คุณสามารถเพลิดเพลินกับทัศนียภาพที่แตกต่างกันในแต่ละช่วงเวลา ในฤดูร้อน ทุ่งทานตะวันสายพันธุ์ Sunrich Lemon และ Taiyo จะแผ่ขยายเต็มพื้นที่จนกลายเป็นทะเลสีเหลืองทอง ส่วนในฤดูใบไม้ร่วง ทุ่งดอกคอสมอสจะมอบบรรยากาศที่เงียบสงบและอ่อนหวาน
นอกจากนี้ยังมี "Wanpaku Hiroba" ซึ่งเป็นลานกิจกรรมที่มีเครื่องเล่นขนาดใหญ่ และ "น้ำพุเต้นระบำ" (Playful Fountain) ที่เด็กๆ สามารถเล่นน้ำได้อย่างสนุกสนาน เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการมาเที่ยวแบบครอบครัว อีกทั้งยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกด้านอาหารและร้านค้าภายในสวนให้คุณได้นั่งพักผ่อนพร้อมชมวิวไปพร้อมกัน
ช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดในการมาชมดอกทานตะวันคือตั้งแต่ปลายเดือนมิถุนายนถึงต้นเดือนกรกฎาคม ส่วนหากต้องการชมดอกคอสมอส ควรมาในช่วงกลางเดือนตุลาคมถึงเดือนพฤศจายนี สำหรับดอกไม้ฤดูใบไม้ผลิอย่างดอกเร็นเกะและนาโนฮานะ คุณสามารถมาเที่ยวได้ตลอดทั้งปี
สำหรับการเที่ยวชมในช่วงกลางวัน แสงแดดที่สดใสจะช่วยให้ดอกไม้ดูมีสีสันสวยงามเหมาะแก่การถ่ายภาพ แต่หากต้องการสัมผัสบรรยากาศที่โรแมนติก แนะนำให้มาในช่วงค่ำเพื่อชมการเปิดไฟประดับที่หอคอยทานตะวัน
นอกจากการเดินเล่นชมธรรมชาติแล้ว การถ่ายภาพกับทุ่งดอกไม้เป็นกิจกรรมที่ได้รับความนิยมอย่างมาก สำหรับครอบครัวที่มีเด็กเล็ก พื้นที่เครื่องเล่นขนาดใหญ่และการเล่นน้ำพุ (ซึ่งจะมีโชว์ทุกๆ 10 นาที) เป็นกิจกรรมที่สร้างความสนุกสนานได้เป็นอย่างดี
เนื่องจากพื้นที่สวนค่อนข้างกว้างขวาง แนะนำให้สวมรองเท้าที่เดินสบาย และหากมาในช่วงฤดูร้อน ควรเตรียมหมวกและน้ำดื่มเพื่อป้องกันแสงแดดและอาการขาดน้ำ
ร้านค้าและสิ่งอำนวยความสะดวกภายในสวนรองรับทั้งเงินสดและบัตรเครดิต อย่างไรก็ตาม ร้านค้าขนาดเล็กบางแห่งอาจรับเฉพาะเงินสดเท่านั้น จึงควรเตรียมเงินสดติดตัวไว้บ้าง
ป้ายประกาศและเจ้าหน้าที่อาจมีการใช้ภาษาอังกฤษในระดับจำกัด แนะนำให้เตรียมตัวเรื่องการสื่อสารพื้นฐานหากต้องการสอบถามข้อมูลเชิงลึก
ไม่จำเป็นต้องจองล่วงหน้า สามารถเข้าชมได้อิสระ สวนมีระบบ Universal Design เช่น ที่จอดรถสำหรับผู้พิการ และห้องน้ำสำหรับผู้พิการ แต่อาจมีบางพื้นที่ที่มีความลาดชัน โปรดใช้ความระมัดระวัง