
ไกด์
ปราสาทกุนโจฮาจิมัง ตั้งอยู่ในเมืองกุนโจฮาจิมัง จังหวัดกิฟุ เป็นปราสาทที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์สูงมาก เอกลักษณ์ที่โดดเด่นที่สุดคือ "หอคอยไม้จำลอง" ที่สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1933 (โชวะที่ 8) ซึ่งถือเป็นสิ่งก่อสร้างที่หาได้ยากยิ่งในฐานะหอคอยไม้ที่สร้างขึ้นใหม่ในญี่ปุ่น นอกจากนี้ยังได้รับการคัดเลือกให้เป็นหนึ่งใน '100 ปราสาทที่มีชื่อเสียงของญี่ปุ่น' (Zoku Nippon Hyakumeijo) ทำให้เป็นจุดหมายปลายทางที่น่าดึงดูดสำหรับผู้ที่รักประวัติศาสตร์ บริเวณรอบปราสาทเต็มไปด้วยหุบเขาที่สวยงาม และจากบนหอคอยคอย คุณจะสามารถมองเห็นทัศนียภาพอันกว้างไกลสุดสายตาได้อย่างน่าประทับใจ
ประวัติศาสตร์ของพื้นที่นี้ย้อนไปถึงช่วงปลายยุคเซ็นโกคุ โดยเริ่มจากการเป็นป้อมปราการที่เรียกว่า ภูเขาอากาทานิ (Akatayasama) และได้มีการวางรากฐานของปราสาทในปัจจุบันหลังจากการสู้รบในปี ค.ศ. 1559 ต่อมาในปี ค.ศ. 1588 โดย อินาบะ ซาดาเมะสึ ได้มีการปรับปรุงครั้งใหญ่จนกลายเป็นปราสาทที่มีโครงสร้างสมบูรณ์แบบ ในสมัยเอโดะ ปราสาทแห่งนี้ได้รับการปกป้องโดยตระกูลคานาโมริและตระกูลอาโอยามะ แม้ว่าหลังจากการปฏิรูปเมจิ ปราสาทจะถูกทิ้งร้างไปชั่วขณะ แต่หอคอยไม้ที่เห็นในปัจจุบันคือการบูรณะขึ้นใหม่ในรูปแบบจำลองไม้ในช่วงต้นยุคโชวะ ซึ่งเป็นสถานที่ที่เต็มไปด้วยเรื่องราวการเดินทางผ่านกาลเวลา

สิ่งที่น่าสนใจที่สุดคือ หอคอยไม้ 4 ชั้น ซึ่งออกแบบโดยอ้างอิงจากปราสาทโอกากิ คุณจะได้สัมผัสกับผิวสัมผัสและความหนักแน่นที่เป็นเอกลักษณ์ของไม้ ภายในหอคอยคุณสามารถเดินชมสถาปัตยกรรมแบบดั้งเดิมของญี่ปุ่นได้อย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ บริเวณรอบนอกยังมีซากกำแพงหินและคลังอาวุธที่ยังคงหลงเหลืออยู่ให้ได้สัมผัสถึงความยิ่งใหญ่ในอดีต เมื่อคุณขึ้นไปถึงจุดสูงสุดของหอคอย คุณจะพบกับวิวพาโนรามาของเมืองกุนโจฮาจิมังและธรรมชาติอันอุดมสมสมบูรณ์ ซึ่งสมกับฉายา "ปราสาทบนสรวงสวรรค์" (Tenku no Shiro) อย่างแท้จริง
แม้จะมีความสวยงามตลอดทั้งปี แต่ช่วงเวลาที่แนะนำที่สุดคือฤดูใบสปริงและฤดูใบไม้ร่วง ในช่วงเดือนเมษายนถึงพฤษภาคม คุณจะได้เห็นความสดชื่นของใบไม้สีเขียวขจีตัดกับผนังสีขาวของหอคอย ส่วนในช่วงเดือนตุลาคมถึงพฤศจายนี้นับเป็นฤดูกาลของใบไม้เปลี่ยนสี ที่คุณสามารถเดินเล่นชมภูเขาที่เปลี่ยนเป็นสีแดงและส้มได้อย่างเพลิดเพลิน สำหรับช่วงเวลาในแต่ละวัน แนะนำให้มาในช่วงเช้าเพื่อสัมผัสอากาศที่บริสุทธิ์ หรือช่วงบ่ายที่แสงแดดอ่อนๆ จะช่วยให้ภาพถ่ายปราสาทดูสวยงามและมีเสน่ห์มากขึ้น

นอกจากการเดินชมแล้ว คุณยังสามารถสัมผัสประสบการณ์การเรียนรู้ประวัติศาสตร์ผ่านการสะสม 'โกชิน' (Goshuin) หรือตราประทับทางศาสนาที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว การเดินสำรวจรอบๆ ปราสาทจะช่วยให้คุณเข้าใจโครงสร้างและภูมิประเทศของปราสาทในสมัยโบราณได้ดียิ่งขึ้น การจินตนาการถึงวิถีชีวิตของเจ้าเมืองในอดีตขณะเดินชมสถานที่แห่งนี้ถือเป็นประสบการณ์ที่หรูหราและน่าประทับใจ หลังจากเยี่ยมชมปราสาทแล้ว แนะนำให้เดินเที่ยวชมย่านเมืองเก่าบริเวณรอบๆ เพื่อดื่มด่ำกับบรรยากาศท้องถิ่น
ที่เชิงเขาของปราสาทคือย่าน "กุนโจฮาจิมัง" ซึ่งยังคงรักษาบรรยากาศเมืองเก่าที่มีลำน้ำใสสะอาดไหลผ่าน เหมาะสำหรับการเดินเล่นชมเมือง นอกจากนี้ยังมีจุดเรียนรู้ทางวัฒนธรรมและร้านอาหารที่ใช้วัตถุดิบในท้องถิ่น รวมถึงร้านขายงานฝีมือดั้งเดิม ทำให้การท่องเที่ยวในย่านนี้มีความหลากหลายและน่าสนใจยิ่งขึ้น

เนื่องจากการขึ้นไปยังตัวปราสาทต้องเดินผ่านทางลาดและบันได จึงขอแนะนำอย่างยิ่งให้สวมรองเท้าที่เดินสบาย (เช่น รองเท้าผ้าใบ) และควรเตรียมร่างกายให้พร้อมสำหรับการเดินขึ้นเนิน นอกจากนี้ ควรเตรียมเสื้อผ้าให้เหมาะสมกับสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงตามฤดูกาล สำหรับการชำระเงิน แนะนำให้เตรียมเงินสดมาให้พร้อม เนื่องจากอาจต้องใช้ในการเข้าชม และเนื่องจากเป็นสถานที่ทางประวัติการสำคัญ โปรดรักษาความสงบและปฏิบัติตามกฎระเบียบในการเข้าชมอย่างเคร่งครัด