
ไกด์
สวนฟูจิโคเอ็น (Fuji Koen) ตั้งอยู่ในเมืองวาเคะ จังหวัดโอคายามา เป็นหนึ่งในสถานที่ชมดอกฟูจิ (Wisteria) ที่มีชื่อเสียงระดับประเทศ ด้วยจำนวนสายพันธุ์ที่มากกว่า 100 ชนิด ซึ่งถือว่าติดอันดับต้นๆ ของญี่ปุ่น คุณจะได้ตื่นตาตื่นใจกับดอกฟูจิหลากสีสัน ทั้งสีม่วง สีชมพู และสีขาว ที่บานสะพรั่งพร้อมกัน ภายใต้ซุ้มดอกไม้ขนาดมหึมาที่ยาวถึง 500 เมตร สร้างทัศนียภาพที่สวยงามราวกับภาพวาด
สวนแห่งนี้เป็นแลนด์มาร์คสำคัญของเมืองวาเคะที่ผูกพันกับดอกฟูจิมาอย่างยาวนาน ดอกฟูจิเปรียบเสมือนสัญลักษณ์ของการมาเยยถึงฤดูใบไม้ผลิ และมีการจัดงาน "เทศกาลดอกฟูจิ" เป็นประจำทุกปี เพื่อให้ผู้คนได้ชื่นชมความงามของธรรมชาติที่คนในท้องถิ่นร่วมกันดูแลรักษามาอย่างยาวนาน

ไฮไลท์สำคัญคือความหลากหลายของสายพันธุ์ดอกฟูจิ ซึ่งแต่ละชนิดจะมีสีสัน กลิ่นหอม และลักษณะการห้อยระย้าที่แตกต่างกัน การเดินลอดใต้ซุ้มดอกไม้ที่ยาวต่อเนื่อง 500 เมตร เป็นประสบการณ์ที่หาได้ยาก นอกจากนี้ ดอกฟูจิที่มีช่อดอกยาวถึง 1 เมตร ยังเป็นจุดที่ดึงดูดให้นักท่องเที่ยวมาถ่ายภาพความประทับใจ
ช่วงเวลาที่สวยที่สุดคือตั้งแต่ปลายเดือนเมษายนถึงต้นเดือนพฤษภาคม ซึ่งเป็นช่วงที่มีการจัดเทศกาลดอกฟูจิ ในช่วงกลางวันคุณจะได้สัมผัสกับสีสันที่สดใสและกลิ่นหอมอ่อนๆ ของดอกไม้ แต่หากมาในช่วงที่มีการจัดงานเทศกาล (ช่วงที่มีค่าเข้าชม) ตั้งแต่เวลา 18:00 น. เป็นต้นไป จะมีการเปิดไฟประดับ (Light-up) ซึ่งจะเปลี่ยนบรรยากาศให้กลายเป็นโลกแห่งความฝันที่สวยงามและโรแชสกว่าตอนกลางวัน
กิจกรรมหลักคือการเดินเล่นพักผ่อนหย่อนใจท่ามกลางธรรมชาติ คุณสามารถเดินชมความแตกต่างของแต่ละสายพันธุ์และดื่มด่ำกับกลิ่นหอมที่เปลี่ยนไปตามทางเดิน หรือจะพกกล้องคู่ใจมาเก็บภาพดอกฟูจิที่กำลังพริ้วไหวตามสายลม เป็นการใช้เวลาช่วงฤดูใบไม้ผลิที่เงียบสงบและผ่อนคลายอย่างแท้จริง
บริเวณรอบสวนฟูจิโคเอ็นยังมีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติและวัฒนธรรมของเมืองวาเคะอีกมากมาย คุณสามารถวางแผนเที่ยวชมสถานที่อื่นๆ ในเมืองวาเคะควบคู่ไปกับการชมดอกฟูจิได้ โดยแนะนำให้เดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวเพื่อความสะดวกในการท่องเที่ยวตามเส้นทางขับรถชมวิวรอบๆ
เนื่องจากพื้นที่บางส่วนอาจเป็นพื้นดินที่ไม่เรียบ การสวมรองเท้าผ้าใบที่เดินสบายจึงเป็นสิ่งสำคัญ นอกจากนี้ ในช่วงเทศกาลอาจมีการเก็บค่าเข้าชมซึ่งอาจต้องเตรียมเงินสดไว้ให้พร้อม สำหรับการถ่ายภาพสามารถทำได้อิสระ แต่ขอความร่วมมือไม่ทำลายต้นไม้หรือเข้าไปในเขตหวงห้ามเพื่อรักษาธรรมชาติให้คงอยู่สืบไป