
ไกด์
พิพิธภัณฑ์โอซามุ ดาไซ หรือ 'Shayokan' ตั้งอยู่ที่เมืองโกโชกาวารา จังหวัดอาโอโมริ เป็นสถานที่ที่เปิดให้เข้าชมบ้านเกิดของนักเขียนชื่อดัง โอซามุ ดาไซ อาคารหลังนี้สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1907 โดยคุณเก็นเอมอน สึชิมะ บิดาของดาไซ ความโดดเด่นอยู่ที่การใช้ไม้ 'อาโอโมริ ฮิบะ' (Aomori Hiba) ซึ่งเป็นหนึ่งในสามไม้ที่สวยที่สุดในญี่ปุ่นมาสร้างสรรค์สถาปัตยกรรมที่โอ่อ่า สะท้อนถึงความมั่งคั่งของพ่อค้าในสมัยเมจิ ปัจจุบันได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสมบัติชาติ (Important Cultural Property) และเป็นตัวแทนที่สำคัญของที่พักอาศัยสไตล์ญี่ปุ่นสมัยใหม่ที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์สูง
คฤหาสน์หลังนี้สร้างขึ้นด้วยงบประมาณมหาศาลในสมัยนั้น โดยเก็นเอมอน สึชิมะ ผู้เป็นเจ้าที่ดินผู้มั่งคั่ง พื้นที่ทั้งหมดกว้างขวางรวมกว่า 680 สึโบ (ประมาณ 2,200 ตร.ม.) ประกอบด้วยห้องพักชั้นล่าง 11 ห้อง และชั้นบน 8 ห้อง รวมถึงอาคารเสริมและสวนที่สวยงาม แม้แต่ตัวโอซามุ ดาไซ เองก็ได้เขียนถึงความยิ่งใหญ่ของบ้านหลังนี้ไว้ในผลงาน 'Kuno no Nenkan' (Chronicle of Pain) หลังจากยุคสงคราม คฤหาสน์แห่งนี้เคยเป็นโรงแรมชื่อ 'Shayokan' ก่อนจะเปลี่ยนมาเป็นพิพิธภัณฑ์เพื่อสืบสานตำนานวรรณกรรมของดาไซอย่างในปัจจุบัน

จุดเด่นที่สุดคือห้องจัดแสดงใน 'คลังเก็บหนังสือ' (Bunko-kura) ภายในอาคารไม้ที่เดินผ่านห้องโถงไม้กระดาน คุณจะได้พบกับของใช้ส่วนตัวของดาไซ เช่น เสื้อคลุม (Manto), ชุดฮากามะ, อุปกรณ์การเขียน ไปจนถึงหนังสือฉบับพิมพ์ครั้งแรกและจดหมายสำคัญ นอกจากนี้ยังมีต้นฉบับลายมือของผลงาน 'Hashiranu Mei-ba' ที่หาชมได้ยากยิ่ง ตัวอาคารเองก็เป็นไฮไลท์สำคัญ ทั้งห้องญี่ปุ่นแบบดั้งเดิมที่กว้างขวาง ห้องสไตล์ตะวันตกบนชั้นสอง และสวนที่สวยงาม ซึ่งจะทำให้คุณสัมผัสได้ถึงความงามของสถาปัตยกรรมยุคเมจิอย่างใกล้ชิด
พิพิธภัณฑ์เปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 09:00 น. ถึง 17:00 น. (เข้าชมรอบสุดท้าย 16:30 น.) ไม่ว่าคุณจะมาในฤดูใด คุณสามารถเพลิดเพลินกับนิทรรศการภายในอาคารได้ โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่มีแสงแดดส่องผ่าน จะช่วยขับเน้นผิวสัมผัสของไม้ฮิบะและบรรยากาศอันเงียบสงบของห้องญี่ปุ่นให้ดูมีเสน่ห์ยิ่งขึ้น แนะนำให้มาใช้เวลาอย่างช้าๆ เพื่อซึมซับประวัติศาสตร์ท่ามกลางความเงียบสงบ

ที่นี่คุณจะได้สัมผัสถึงโลกแห่งจิตวิญญาการของดาไซ ผ่านการชมต้นฉบับลายมือและโต๊ะเขียนหนังสือที่เขาเคยใช้ ซึ่งจะช่วยให้คุณจินตนาการได้ว่านักเขียนเอกท่านนี้สร้างสรรค์ผลงานท่ามกลางสภาพแวดล้อมแบบใด นอกจากนี้ ตัวอาคารเองยังเป็นบทเรียนที่มีชีวิตเกี่ยวกับสถาปัตยกรรมญี่ปุ่นสมัยใหม่ เหมาะสำหรับทั้งผู้ที่หลงใหลในวรรณกรรมและผู้ที่สนใจในงานสถาปัตยกรรมดั้งเดิม
บริเวณรอบเมืองโกโชกาวารามีสถานที่ทางวัฒนธรรมอื่นๆ เช่น ศูนย์เรียนรู้เครื่องดนตรี Tsugaru Shamisen ซึ่งจะช่วยเติมเต็มการเดินทางเชิงวัฒนธรรมของคุณให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น พิพิธภัณฑ์สามารถเดินทางมาได้ง่ายโดยการเดินจากสถานี Tsugaru Railway Kanagi
เนื่องจากเป็นอาคารไม้ประวัติศาสตร์ ผู้เข้าชมจะต้องถอดรองเท้าก่อนเข้าภายในอาคาร โปรดแต่งกายให้เหมาะสมกับฤดูกาล และกรุณาตรวจสอบกฎการถ่ายภาพในแต่ละพื้นที่ เนื่องจากมีการจัดแสดงวัตถุโบราณที่เปราะบาง จึงขอความร่วมมือให้รักษาความสงบขณะเข้าชมเพื่อเป็นการให้เกียรติสถานที่และรักษาบรรยากาศในการเรียนรู้