
ไกด์
วัดบันนาจิ (Bannaji) ตั้งอยู่ในเมืองอาชิกะ จังหวัดโทจิกิ เป็นวัดศูนย์กลางของนิกายชินกอนไดนิชิ เอกลักษณ์ที่โดดเด่นที่สุดของวัดแห่งนี้คือการไม่ได้เป็นเพียงศาสนสถานเท่านั้น แต่ยังคงร่องรอยทางประวัติศาสตร์ของการเป็นคฤหาสน์ซามูไรในอดีต คันดินและคูเมืองที่ล้อมรอบวัดเป็นหลักฐานที่สืบทอดมาจากที่พำนักของ มินาโมโตะ โนะ โยชิยาสุ บรรพบุรุษของตระกูลอาชิกะ ในช่วงกลางศตวรรษที่ 12 นอกจากนี้ วิหารหลัก (Hondo) ยังได้รับการประกาศให้เป็นสมบัติชาติ (National Treasure) ในปี 2013 ซึ่งถือเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่รวมสุดยอดสถาปัตยกรรมทางประวัติศาสตร์ของญี่ปุ่นไว้
ประวัติศาสตร์ของวัดบันนาจีย้อนไปถึงช่วงกลางศตวรรตลาดศตวรรษที่ 12 โดยเริ่มจากการที่ มินาโมโตะ โนะ โยชิยาสุ บรรพบุรุษของตระกูลอาชิกะ ได้สร้างที่พำนักขึ้นในบริเวณนี้ ต่อมาในปี ค.ศ. 1196 อาชิกะ โยชิคาเนะ ได้สร้างหอธรรม (Horiuchi Mido) เพื่อถวายแด่พระไดนิ นิยูไร วัดแห่งนี้พัฒนาขึ้นในฐานะวัดประจำตระกูลอาชิกะ และผ่านการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองมากมาย เช่น การอยู่ภายใต้การปกครองของศาลเจ้าสึรุโอกะ ฮาจิมังงู ในสมัยนันโบคุโจ ปัจจุบันพื้นที่นี้ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานแห่งชาติในฐานะ 'อดีตที่พำนักของตระกูลอาชิกะ' และมีความเชื่อมโยงอย่างลึกซึ้งกับ 'ปราสาทอาชิกะ' ซึ่งเป็นหนึ่งใน 100 ปราสาทที่มีชื่อเสียงของญี่ปุ่น

สิ่งก่อสร้างที่สำคัญที่สุดคือ วิหารหลัก (Hondo) ซึ่งเป็นสมบัติชาติ วิหารนี้มีการปรับปรุงขนานใหญ่ในช่วงศตวรรษที่ 15 โดยมีการผสมผสานองค์ประกอบของสถาปัตยกรรมแบบเซน (Zen-style) เข้ากับรูปแบบของวิหารนิกายลึกลับ (Mikkyo) โครงสร้างมีความโดดเด่นด้วยเสาที่มีลักษณะเฉพาะ นอกจากนี้ยังมีสมบัติทางวัฒนธรรมอื่นๆ กระจายอยู่ทั่วบริเวณวัด เช่น หอระฆัง, หอพระไตรปิฎก, และเจดีย์ทาโฮทา (Tahoto) ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสมบัติทางวัฒนธรรมของจังหวัดโทจิกิ รวมถึงงานประติมากรรมและเอกสารทางประวัติศาสตร์ที่บอกเล่าเรื่องราวอันยาวนานของตระกูลอาชิกะ
วัดบันนาจิมีความงดงามที่แตกต่างกันไปในแต่ละฤดูกาล กิจกรรมสำคัญ ได้แก่ การไหว้พระขอพรช่วงปีใหม่ (1-5 มกราคม), พิธีเซ็ตสึบุนในเดือนกุมภาพันธ์, เทศกาลฤดูใบไม้ผลิในเดือนพฤษภาคม และเทศกาลฤดูใบไม้ร่วงในเดือนพฤศจิกา นอกจากนี้ ในวันที่ 23 ของทุกเดือน ยังมีวันพิเศษสำหรับการเปิดเจดีย์ทาโฮทาเพื่อบูชาพระพวรพุทธ การมาเยือนในช่วงกลางวันจะช่วยให้เห็นรายละเอียดของสถาปัตยกรรมและคูเมืองได้อย่างชัดเจน ส่วนการมาในช่วงเย็นหรือช่วงเทศกาลจะช่วยให้สัมผัสถึงความสงบทางจิตวิญญาณได้ดียิ่งขึ้น

ทางวัดมีการประกอบพิธีกรรมทางศาสนาตามความเชื่อทางประวัติศาสตร์ เช่น พิธีโกมา (Goma) ในเวลาเที่ยงของวันที่ 28 ของทุกเดือน นอกจากนี้ ในวันเสาร์ อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ นักท่องเที่ยวสามารถขอพรเพื่อความเป็นสิริมงคล เช่น การขอให้ครอบครัวปลอดภัย หรือความสำเร็จในการเรียน โดยแนะนำให้โทรศัพท์สอบถามหรือจองล่วงหน้า นอกจากนี้ยังมีอาสาสมัครจากโรงเรียนอาชิกะที่คอยให้ความรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ (หมายเหตุ: ไม่สามารถเข้าชมภายในวิหารหลักและหอพระไตรปิฎกได้)
วัดตั้งอยู่ในย่านประวัติศาสตร์ของเมืองอาชิกะ ใกล้กับโบราณสถานของปราสาทอาชิกะ (หนึ่งใน 100 ปราสาทที่มีชื่อเสียง) และโรงเรียนอาชิกะ ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีเยี่ยมสำหรับการเดินเที่ยวชมประวัติศาสตร์ คุณสามารถวางแผนเส้นทางท่องเที่ยวที่เชื่อมโยงประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมได้อย่างหลากหลายในบริเวณใกล้เคียง
แนะนำให้แต่งกายสุภาพและสวมรองเท้าที่เดินสบาย เนื่องจากภายในบริเวณวัดมีคันดิน คูเมือง และทางเดินที่เป็นขั้นบันดับ หากต้องการเข้าร่วมพิธีโกมาหรือการขอพร แนะนำให้โทรศัพท์ยืนยันหรือจองล่วงหน้า สำหรับค่าทำบุญหรือค่าบูชาเครื่องรางอาจแตกต่างกันไปตามขนาดของแผ่นป้ายไม้ และขอความกรุณารักษาความสงบเรียบร้อยเพื่อไม่ให้เป็นการรบกดขัดต่อบรรยากาศอันศักดิ์สิทธิ์ของวัด